...

 

การปฏิรูปการศึกษา
 
แสดงความคิดเห็นการปฏิรูปการศึกษา

 

รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




สิงหาคม 2016


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
31 1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 1 2 3


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

bn001

การประชุมนานาชาติ
ว่าด้วยเมืองแห่งการเรียนรู้
( 14 ตุลาคม 2558)

การสอนภาษาอังกฤษ
ให้สามารถสื่อสารได้
( 1 ตุลาคม 2558 )

นโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"
( 8 กันยายน 2558 )

ครูผู้ช่วยสอนภาษาอังกฤษ
( 2 กรกฎาคม 2558 )

สายด่วน 1579 สำคัญอย่างไร
( 11 มิถุนายน 2558 )


Readme

 

แนะนำ
 
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

icon2242559

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
 

 

WebAcc


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้5939
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้8853
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้48695
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว16363
mod_vvisit_counterเดือนนี้86243
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว55161
mod_vvisit_counterทั้งหมด1476428
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, 7 bots online
Your IP: 54.162.126.136
 , 
Today: ส.ค. 26, 2016
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 1 ตำรวจ 1 โรงเรียน
เขียนโดย Administrator
วันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2012 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล
Share

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 1 ตำรวจ 1 โรงเรียน
 

 

 

 

 

             เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ที่ผ่านมา เวลา ๐๙.๐๐ น.นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ปฏิบัติการตำรวจประสานโรงเรียน ๑ ตำรวจ ๑ โรงเรียน และมอบธงสัญลักษณ์โครงการฯ   ในพื้นที่ภาค ๗ นำร่อง ๑๑๑ โรงเรียน โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ในพิธี  พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ,นายศิริพงษ์ หาญตระกูล หัวหน้าผู้ตรวจการกระทรวงมหาดไทย ,นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด , นางเบญจลักษณ์  น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน , นายภูมิพิชญ์  วโรดมรุจิรานนท์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา , พล.ต.ท.ชัยวัฒน์  โชติมา ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ ,ผู้ว่าราชการจังหวัด ,ผู้บังคับการตำรวจจังหวัด, ผู้อำนวยการเขตการศึกษาระดับประถมในพื้นที่ ,ผู้อำนวยการเขตการศึกษาระดับมัธยมในพื้นที่ภาค ๗, ผู้อำนวยการสถานศึกษา ๑๑๑ โรงเรียน,รองผู้บังคับการตำรวจภูธร ๕๙ สถานี ครูและตำรวจ ที่ทำหน้าที่ต้องประสานโรงเรียนร่วมเป็นสักขีพยานกว่า ๘๐๐ คน ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ โรงแรมเวล อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

               พล.ต.ต.คำรบ  ปัญญาแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคได้กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการว่า “ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การปราบปราม การป้องกันและ การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ยังคงเป็นยุทธศาสตร์หลักที่ทุกฝ่ายต้องผนึกกำลังกันการป้องกัน  กลุ่มเสี่ยงที่เป็นเด็กและเยาวชน เป็นเรื่องหนึ่งที่ทุกฝ่ายมีความห่วงใย ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จัดโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน หรือที่เรียกว่าโครงการแดร์ จัดครูตำรวจแดร์เข้าไปสอนให้ความรู้เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันยาเสพติด ให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในหลายพื้นที่ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจ  และชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากบางโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่แพร่ระบาดซึ่งเป็นระดับมัธยม  หรือกลุ่มเด็กในที่เป็นวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง ปัญหาดังกล่าวก็มีทั้งปัญหายาเสพติดและเกี่ยวเนื่องกับอบายมุขนอกโรงเรียนด้วย บางโรงเรียนก็แก้ปัญหาได้เองบางโรงเรียนก็เกินขีดความสามารถของครู  ที่รับผิดชอบ นอกจากนั้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งในมิติ การป้องกัน ปราบปราม และการบำบัดรักษาควบคู่กันไป บางโรงเรียนครูที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง  ก็ถูกคุกคามจากกล่มผู้ค้าหรือผู้ที่มีอิทธิพล”

               ด้านรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการตำรวจประสานงานโรงเรียน ๑ ตำรวจ  ๑ โรงเรียน เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจกับทางโรงเรียน ที่จะรองรับและแก้ไขปัญหาดังกล่าว การดำเนินการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและเห็นชอบทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินการเป็นการนำร่องในพื้นที่ภาค ๗ ซึ่งประกอบไปด้วยทั้ง ๘ จังหวัดใน ๔๔ อำเภอ ที่มีปัญหายาเสพติดรุนแรง ในพื้นที่รับผิดชอบของ ๕๙ สถานีตำรวจ จำนวนโรงเรียน  ที่ร่วมโครงการทั้งสิ้น ๑๑๑ โรงเรียน ในแต่ละโรงเรียนจะมีผู้รับผิดชอบเป็นครูคน และตำรวจ อีก ๑ คน เพื่อที่จะรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งอบายมุขอื่น ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนควบคู่กันไป การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะถือหลัก ต้องรู้จัก จัดตรง และต่อเนื่อง ดังนั้นทุกโรงเรียนที่ร่วมโครงการจะต้องมีการคัดแยกนักเรียนกลุ่มดี กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพหรือขายให้ชัดเจน และจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสามารถป้องกันแก้ไขและป้องปรามปัญหายาเสพติดและอบายมุขอื่นในโรงเรียนได้การดำเนินการตามโครงการนี้ใช้งบประมาณไม่มากนักแต่ใช้การประสานงานและการบูรณาการเป็นหลัก ซึ่งก็สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของแต่ละฝ่ายอยู่แล้ว และยังจะช่วยเสริมการดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาเสพติดอื่นๆ ของทางโรงเรียนได้อีก ไม่ว่าโครงการห้องเรียนสีขาว โครงการเพื่อนเตือนเพื่อน หรือโครงการ To be number one เป็นต้น

 

 

 

**********************************************

 

 

ศศิพิชญ์ / ข่าว
วิชัย / ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.