รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




กรกฎาคม 2017


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
25 26 27 28 29 30 1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31 1 2 3 4 5


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

bn001

การประชุมนานาชาติ
ว่าด้วยเมืองแห่งการเรียนรู้
( 14 ตุลาคม 2558)

การสอนภาษาอังกฤษ
ให้สามารถสื่อสารได้
( 1 ตุลาคม 2558 )

นโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"
( 8 กันยายน 2558 )

ครูผู้ช่วยสอนภาษาอังกฤษ
( 2 กรกฎาคม 2558 )

สายด่วน 1579 สำคัญอย่างไร
( 11 มิถุนายน 2558 )


Readme

 

แนะนำ
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
จริยธรรม สป.
 

WebAcc


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1830
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้5875
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7705
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว30882
mod_vvisit_counterเดือนนี้69618
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว5
mod_vvisit_counterทั้งหมด1112145
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, 4 bots online
Your IP: 54.146.1.178
 , 
Today: ก.ค. 24, 2017
ข้าราชการแห่ลาออกสมาชิก กบข.กลับรับบำนาญ คาดยอดพุ่งกว่า 2 แสน
เขียนโดย ข่าวการศึกษา สป.
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2014 เวลา 16:06 น.
PDF พิมพ์ อีเมล
Share
 
 
          นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า หลังจากพระราชบัญญัติการกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 พ.ศ. 2557 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2557 พบว่า ปัจจุบันมีข้าราชการใช้สิทธิ เพื่อขอกลับไปรับบำนาญตามสูตร พ.ศ. 2494 แล้วประมาณ 1 หมื่นคน จากสมาชิกที่มีสิทธิ์ลาออกทั้งสิ้น 7 แสนคน คาดว่าภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการใช้สิทธิ์ลาออก จะมีสมาชิกลาออกราว 2.1 แสนคน หรือ 30% ของสมาชิกที่มีสิทธิ์ลาออก และอยู่ต่อ 5 แสนคน หรือ 70% ของสมาชิกที่มีสิทธิ์ลาออก
          สำหรับเงินสะสมพร้อมผลตอบแทนซึ่งเป็นเงินที่หักจากรายเงินเดือน 3% ของข้าราชการรายนั้น และเป็นเงินเพียงก้อนเดียวที่ผู้ประสงค์จะลาออกจะได้รับ คาดว่าจะใช้เงินทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินประเดิม เงินชดเชย และเงินสมทบจากรัฐทั้งสิ้น 9 หมื่นล้านบาท ยังอยู่ใน กบข.เพื่อนำมาบริหารงานต่อไป  "กรณีที่เลวร้ายที่สุดจะมีผู้ใช้สิทธิลาออกประมาณ 350,000 คน หรือ 50% ของผู้มีสิทธิ์ลาออก คาดว่าจะใช้เงินไม่เกิน 65,000 ล้านบาท ซึ่ง กบข.เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดย กบข.มีรายรับจากการหักเงินเดือนและเงินสมทบประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีรายได้จากเงินปันผลและค่าเช่าอื่น ๆ ด้วย ขณะที่มีรายจ่ายให้สมาชิกที่เกษียณราว 2 หมื่นล้านบาทต่อปี สุทธิแล้วกองทุนจะมีรายได้มากกว่ารายจ่าย 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะนี้ กบข.มีสินทรัพย์สุทธิ 703,809 ล้านบาท ดังนั้น การจ่ายเงินคืนคนลาออก จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสร้างอัตราผลตอบแทน ความมั่นคงของกองทุน และไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่ออกไป สินทรัพย์จะกลับมาเป็นปกติในช่วงกลางปี 2558"   นายสมบัติกล่าว
          จากการสำรวจความคุ้มค่าการลาออกพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่ลาออกจะเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ ที่มีสิทธิได้อายุการทำงานพิเศษมากกว่าอายุ 60 ปี ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ถือว่าคุ้มค่า แต่กลุ่มอื่นที่จะลาออก หากวัดตามผลประโยชน์ที่ได้รับถือว่าไม่คุ้ม  เพราะส่วนต่างเงินเกษียณแบบเดิมน้อยกว่าเงินก้อน   ส่วนใหญ่ลาออกเพราะความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ผิดไปจากความเป็นจริง โดยมีความเชื่อที่ผิดว่า  หากเข้าเป็นสมาชิกจะได้รับเงินหลักเกษียณเพียงแค่เงินก้อนที่เป็นดอกผลและเงินต้นจากเงินสะสมหักจากรายได้หักจากเงินเดือนของข้าราชการ 3% และเงินที่รัฐประเดิม สมทบ รวมทั้งเงินชดเชยอีก 5% เท่านั้น
          ดังนั้น  กบข.จึงเร่งทำความเข้าใจในหลักการว่า หลังจากเกษียณข้าราชการที่เข้าเป็นสมาชิก  กบข.จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนจนเสียชีวิตเช่นเดิม เพียงแต่อัตราเงินที่ได้รับในแต่ละเดือนจะมีสูตรคำนวณแตกต่างไปเล็กน้อย  นอกจากนี้ สมาชิกจะได้รับสวัสดิการข้าราชการเหมือนระบบบำนาญเดิม รวมทั้งเงินก้อนที่หักจากรายได้และเงินประเดิมชดเชย เงินสมทบจากภาครัฐ และดอกผลที่สะสมในระหว่างทำงานอีกก้อนหนึ่ง หากลาออกสมาชิกจะไม่ได้รับเงินก้อนดังกล่าว และอาจต้องจ่ายเงินบางส่วนให้รัฐด้วย  นายสมบัติกล่าวว่า
          สำหรับอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจะอยู่ในระดับเดียวกับการกองทุนรวมที่ให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้  หรือผลตอบแทนอาจมากกว่าในบางช่วง เพราะกองทุน กบข.ได้ลงทุนในหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ ในช่วง 17 ปี สามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ย 6.9% ต่อปี ส่วนผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2557 ถึงปัจจุบันทำได้ 5.9% ลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรวมทั้งผลตอบแทนในการลงทุนหุ้นลดลง สอดคล้องกับภาวะการเงินของโลกคาดว่าปี 2558 จะทำได้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ 2-3%  สำหรับสัดส่วนการลงทุน กบข. ลงทุนในพันธบัตร 63-64% หุ้นในประเทศ 11.5% หุ้นต่างประเทศ 14% และที่เหลือลงในอสังหาริมทรัพย์และอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม  กบข.อยู่ในระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอแก้เกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศเป็น 35-40%   จากปัจจุบันกำหนดที่ 25% เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้มากขึ้น
          ที่มา :  มตืชนออนไลน์
          ที่มา: http://www.prachachat.net