รับฟังความคิดเห็น 1579

รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




พฤศจิกายน 2017


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

แนะนำ
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
จริยธรรม สป.
 

WebAcc

1. การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลข่าวสารบนเว็บไซต์สะดวกต่อการค้นหา

2. การจัดรูปแบบหน้าจอ(รูปภาพ ตัวอักษร และสี) มีความเหมาะสม

3. ท่านได้รับข้อมูล ข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์

4. มีช่องทางการติดต่อสอบถามและข้อเสนอแนะ

5.ความพึงพอใจโดยรวมของเว็บไซต์


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้97
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้4108
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7144
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว25807
mod_vvisit_counterเดือนนี้74877
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว146869
mod_vvisit_counterทั้งหมด1635269
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, 2 bots online
Your IP: 23.20.162.200
 , 
Today: พ.ย. 21, 2017
อาชีวศึกษา การปรับเปลี่ยนที่คาดหวัง
เขียนโดย Administrator
วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2017 เวลา 11:21 น.
PDF พิมพ์ อีเมล
Share

19 ตุลาคม 2560

 

          รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์
          คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา
          สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

          บุคลากร คือองค์ประกอบที่มีส่วนอย่างสำคัญในความเจริญก้าวหน้าขององค์กร ประเทศที่พัฒนาแล้วประกอบไปด้วยประชาชนที่มีคุณภาพและการบริหารงานของผู้ปกครอง         ประเทศที่อยู่ในระดับดีเยี่ยม ประชาชนจะมีคุณภาพได้ก็ต่อเมื่อได้รับการศึกษาอย่างดีต่อเนื่องมาตามลำดับ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงอุดมศึกษา หรืออาชีวศึกษาและควรให้การศึกษากับประชาชนไปจนตลอดชีวิต

          การเปลี่ยนแปลงประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทำให้ผู้บริหารประเทศได้ตรวจสอบข้อมูลและพบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการศึกษาของชาติ ประการหนึ่งซึ่งสำคัญมากคือในช่วงเวลาที่ผ่านมานโยบายการศึกษาของประเทศในส่วนของประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้ความสำคัญกับการศึกษาสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ ทำให้นักเรียนสนใจศึกษาต่อด้านอุดมศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนกำลังคนสายอาชีวศึกษาทุกสาขาวิชา ทั้งเกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอุตสาหกรรม ในขณะที่ผู้จบอุดมศึกษาหลายสาขาวิชาไม่มีงานทำ

 
          รัฐบาลปัจจุบันมีความพยายามอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาการอาชีวศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการอาชีวศึกษา การส่งเสริมอาชีวศึกษาเฉพาะทาง การสร้างเสริมการศึกษาทวิภาคี การยกระดับการอาชีวศึกษาสู่สากล โดยมีเป้าหมายและสนับสนุนให้มีผู้เรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนของภาคแรงงานอันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ

          คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในสายวิชาชีพ จึงตั้งคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาขึ้น โดยมีหน้าที่ศึกษา ติดตาม การจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในด้านต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการแก้ไขปัญหา เสนอต่อคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐบาลตามลำดับ โดยได้เริ่มภารกิจตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2558 ในชื่อ "คณะทำงานศึกษาแนวทางการปฏิรูปการศึกษา" ต่อมายกฐานะเป็น "คณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางปฏิรูปการอาชีวศึกษา" และเปลี่ยนแปลงเป็น "คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 และได้เสนอรายงานต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งส่งต่อไปยังรัฐบาลแล้ว 7 เรื่อง ได้แก่

          1.ข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาการอาชีวศึกษา ในประเด็นการบริหารจัดการด้านต่างๆ ตั้งแต่ทรัพยากร หลักสูตร ตลอดจนการกระจายโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำ

          2.แนวทางในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ระบบทวิภาคีเป็นการศึกษาที่อาศัยความร่วมมือระหว่างสถาบันกับสถานประกอบการที่ทำให้เกิดผลดีในภาพรวม คือใช้งบประมาณแผ่นดินน้อยลง นักศึกษา (และครูในสถานศึกษา) มีโอกาสติดตามการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา มีคุณสมบัติตามความต้องการของสถานประกอบการ และที่สำคัญคือมีงานทำทันทีที่สำเร็จการศึกษา

          3.ข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการศูนย์เครือข่ายกำลังคนอาชีวศึกษา ระบบศูนย์ข้อมูลกำลังคนอาชีวศึกษาเป็นช่องทางสำคัญในการสืบค้นข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้เรียนอาชีวศึกษา (และผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว) ภาคประกอบการ และสถานศึกษา โดยได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์เครือข่ายกำลังคนอาชีวศึกษา (www.vcop.go.th)" ขึ้น แต่ยังต้องมีการปรับปรุงทั้ง Software และ Hardware 

          4.แนวทางในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถาบันการอาชีวศึกษา สมควรดำเนินการตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติมในบางประเด็น

          5.แนวทางการจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ทวิศึกษา เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาร่วมระหว่างสายสามัญและสายวิชาชีพ เป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียนสายสามัญในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีทางเลือกมากขึ้น
          6.ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปการอาชีวศึกษา การปฏิรูปการศึกษา คือรากฐานของการปฏิรูปประเทศ สมควรประกาศเป็นวาระแห่งชาติและเน้นย้ำให้มีการบริหารจัดการอย่างเท่าเทียมกันในสองเส้นทางหลักคือเส้นทางสายสามัญและสายวิชาชีพ

          7.เงื่อนไขหลักของความสำเร็จในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ปัจจุบันระบบทวิภาคีจำเป็นต้องนำพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 มาใช้โดยอนุโลม จึงสมควรดำเนินการให้มีกฎหมายที่ส่งเสริมการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการเฉพาะ

          ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากรายงานทั้ง 7 เรื่องมีจำนวนมาก โดยสาระคือ แนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการการอาชีวศึกษาในปัจจุบัน และข้อเสนอเชิงนโยบายในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติมในส่วนของหลักสูตร ผู้สอน ผู้เรียน การบริหารจัดการรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการผลิตกำลังคนสายวิชาชีพยุคใหม่ ทันต่อการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทต่างๆ ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สมควรเร่งดำเนินการในประเด็นที่สำคัญดังนี้

          -กำหนดให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นย้ำว่าการศึกษาของประเทศมีสองเส้นทางหลักคือ เส้นทางสายอุดมศึกษา และเส้นทางสายอาชีวศึกษา

          -ปรับปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษาทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปริญญาตรีสายปฏิบัติการและเทคโนโลยี บัณฑิตศึกษา และหลักสูตรการผลิตครูอาชีวศึกษาให้ทันสมัย รวมถึงกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ตลอดจนมาตรฐานเองโดยไม่ต้องอิงกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและคุรุสภา และขอให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดอัตราเงินเดือนเช่นเดียวกันกับสายอุดมศึกษา 

          -ปรับปรุงพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา 2551 ให้สถาบันการอาชีวศึกษาเป็นนิติบุคคล เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและให้สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลในสถาบันตลอดจนเร่งรัดให้มีการดำเนินการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่สถาบันการอาชีวศึกษา (ตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา 2551) 

          -ให้มีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพของผู้จบการศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวศึกษา (เฉพาะอาชีพที่อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อสาธารณชน) ร่างพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษาเอกชน ร่างพระราชบัญญัติช่างเทคนิคและร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี

          ทั้งนี้ โดยมีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ด้วย เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่อาชีวศึกษา 4.0 

 

          มติชน ฉบับวันที่ 20 ต.ค. 2560 (กรอบบ่าย)