รับฟังความคิดเห็น 1579

รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




พฤศจิกายน 2017


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

แนะนำ
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
จริยธรรม สป.
 

WebAcc

1. การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลข่าวสารบนเว็บไซต์สะดวกต่อการค้นหา

2. การจัดรูปแบบหน้าจอ(รูปภาพ ตัวอักษร และสี) มีความเหมาะสม

3. ท่านได้รับข้อมูล ข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์

4. มีช่องทางการติดต่อสอบถามและข้อเสนอแนะ

5.ความพึงพอใจโดยรวมของเว็บไซต์


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้42
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้4108
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7089
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว25807
mod_vvisit_counterเดือนนี้74822
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว146869
mod_vvisit_counterทั้งหมด1635214
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม online
Your IP: 23.20.162.200
 , 
Today: พ.ย. 21, 2017
"ออมสิน"ยอมยกเลิกหักเงินกองทุน ช.พ.ค.-ปลดหนี้ครูวินัยดี
เขียนโดย Administrator
วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2017 เวลา 17:15 น.
PDF พิมพ์ อีเมล
Share

20 ตุลาคม 2560

 

          ออมสินจับมือ ศธ.ยอมยกเลิกหักเงินค่าทวงหนี้จากกองทุน ช.พ.ค. และให้ สกสค.นำเงิน 2.5 พันล้านบาทที่ได้รับค่าหัวคิวจัดการติดตามหนี้ครู มาจ่ายหนี้ให้ครูที่มีวินัยดี ไม่เคยติดค้างชำระ 12 เดือนติดต่อกัน

          นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินและกระทรวงศึกษาธิการได้บรรลุข้อตกลงในการยกระดับคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใต้แผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูอย่างยั่งยืน ปี 2560 เพื่อให้รางวัลคนผ่อนชำระดี โดยคืนเงินให้ 0.5-1% ทุกปี ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้เห็นชอบให้ยกเลิกข้อตกลงในการหักเงินจากบัญชีกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งเดิมออมสินให้ สกสค.ช่วยดำเนินการบริหารติดตามหนี้ครู คิดเป็นเงินค่าจ้าง 0.5-1% ของมูลหนี้ที่ติดตามได้ เฉลี่ยเป็นเงินราว 200 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 2.5 พันล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมาจ่ายมา 10 ปี เป็นเงินกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งออมสินจะให้นำเงิน 2.5 พันล้านดังกล่าวมาจ่ายคืนให้กับครูที่มีวินัยในการชำระหนี้ที่ดีติดต่อกัน 12 เดือน ธนาคารออมสินจะจัดสรรเงินเฉลี่ยคืน (แคชแบ็ก) คืนให้ในอัตรา 0.5-1% ของดอกเบี้ยที่ชำระ หรือตามอัตราที่ธนาคารกำหนด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ครูที่ดีต้องการชำระหนี้

          ทั้งนี้ ล่าสุดธนาคารมียอดสินเชื่อครูคงค้างที่ 4.75 แสนบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 4 แสนล้านบาท ลดลง 1 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นลูกหนี้ครูที่มีปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 9.25 พันราย คิดเป็นวงเงิน 5.43 พันล้านบาท ซึ่งเท่ากับ 1.2% ของยอดสินเชื่อครูคงค้าง ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้วกว่า 2 พันราย เหลืออีก 7 พันรายที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้

          "แนวคิดเรื่องการสร้างค่านิยมเพื่อส่งเสริมและตอบแทนให้รางวัลคนดีมีวินัยทางการเงิน เป็นแนวของนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้ธนาคารนำเงินที่เคยไปอุ้มคนผิดนัดชำระหนี้เอามาช่วยครูที่ดีมีวินัยจะดีกว่า ซึ่งธนาคารออมสินก็เห็นพ้องด้วย" นายชาติชายกล่าว

          นอกจากนี้ ศธ.ได้ให้ความร่วมมือแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดครูผู้กู้ให้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารออมสินภายใต้เงื่อนไขพิเศษ 3 แนวทาง คือ 1.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายมากกว่า 30% ของรายได้ สามารถพักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติ 100% 2.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 15-30% ของรายได้ สามารถพักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 50% 3.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 15% ของรายได้ สามารถพักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 25% เบื้องต้นคาดว่าจะมีลูกหนี้ที่ต้องการปรับโครงสร้างและลูกหนี้ที่คิดว่าจะไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ ตั้งเป้าคนเข้าโครงการ 15% ของลูกหนี้ทั้งหมดคิดเป็นจำนวน 5-6 หมื่นราย

          ส่วนลูกหนี้ที่ต้องการเก็บเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ค. ไว้ให้ทายาท สามารถนำหลักประกันอื่นมาเปลี่ยนได้ เช่น เช่น โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 7 แสนบาท มาค้ำประกันแทนได้ เนื่องจากปกติในการขอสินเชื่อธนาคารจะให้ผู้กู้เซ็นยินยอมเรื่องการนำเงิน ช.พ.ค.มาหักชำระหนี้ได้ กรณีที่เสียชีวิตก่อน รวมถึงการรับทำประกันกลุ่มครูตามโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. เชื่อว่าจะเป็นหลักประกันในการชำระหนี้คืนให้ธนาคาร

          โดยเงินส่วนที่เหลือยังสามารถส่งคืนให้ทายาทได้ด้วย เช่น กรณีที่ครูเสียชีวิตก่อนจะได้เงิน ช.พ.ค. 9 แสนบาท ในส่วนนี้ธนาคารจะให้หักเป็นค่าฌาปนกิจ 2 แสนบาท เหลืออีก 7 แสนบาทไว้สำหรับชำระหนี้ส่วนที่ขาด ถ้าหากหนี้เหลือ 5 แสนบาท ธนาคารจะคืนเงินให้ทายาท 2 แสน แต่กรณีที่เงิน ช.พ.ค.ก็จะมีเงินที่ประกันต้องจ่าย ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีการจ่ายเงินประกันมากถึง 2 พันล้านบาท

          “เชื่อว่าการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว ทาง ศธ.จะมีการลงนามเพื่อยกเลิกข้อตกลงเดิม และเริ่มข้อตกลงใหม่ในต้นปี 2561 แต่ครูที่เป็นลูกหนี้สามารถเข้ามาติดต่อกับธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยในส่วนของการติดตามทวงหนี้ต่อจากนี้ ในต้นปีหน้า ศธ.รับจะประสานหน่วยงานต้นสังกัด ได้แก่ สำนักปลัด ศธ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะให้ความร่วมมือในการนำส่งชำระหนี้ให้ธนาคาร” นายชาติชายกล่าว.

          ที่มา: www.thaipost.net