...

 

การปฏิรูปการศึกษา
 
แสดงความคิดเห็นการปฏิรูปการศึกษา

 

รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




มิถุนายน 2016


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

bn001

การประชุมนานาชาติ
ว่าด้วยเมืองแห่งการเรียนรู้
( 14 ตุลาคม 2558)

การสอนภาษาอังกฤษ
ให้สามารถสื่อสารได้
( 1 ตุลาคม 2558 )

นโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"
( 8 กันยายน 2558 )

ครูผู้ช่วยสอนภาษาอังกฤษ
( 2 กรกฎาคม 2558 )

สายด่วน 1579 สำคัญอย่างไร
( 11 มิถุนายน 2558 )


Readme

 

แนะนำ
 
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

icon2242559

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
 

 

WebAcc


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้819
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1652
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้6568
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว15062
mod_vvisit_counterเดือนนี้60513
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว57550
mod_vvisit_counterทั้งหมด1333292
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, 8 bots online
Your IP: 107.22.30.87
 , 
Today: มิ.ย. 30, 2016
ข่าวสำนักงานปลัดส่วนกลาง
มอบเงินช่วยเหลือโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา
เขียนโดย นายธนพงศ เชื้อนาค
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2016 เวลา 16:37 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

     นางผานิตย์ มีสุนทร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับมอบเงิน จำนวน 220,000 บาท เพื่อนำไปช่วยเหลือเบื้องต้นแก่นักเรียนโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย จากนางจิระพันธ์ พิมพ์พันธ์ นายกสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยวันที่ 25 พฤษภาคม 2556 ณ กระทรวงศึกษาธิการ

     รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบคุณและกล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่24 พฤษภาคม 2559 ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยเคร่งครัดทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอให้องค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับได้ดำเนินการและประสานงานโรงเรียนในสังกัดทุกโรงเรียน ทบทวน เน้นย้ำ และตรวจสอบมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอัคคีภัยของโรงเรียน รวมถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดอัคคีภัย โดยขอให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการให้ทราบ ภายใน 15 วัน

 

 

ที่มา : กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.

 
บทบัญญัติและสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ
เขียนโดย Administrator
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2016 เวลา 08:56 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

 

          ด้วยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ (รธน) 282/2559 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2559  ขอความร่วมมือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบทบัญญัติและสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมบทเพลงพื้นบ้านในแต่ละภาคเกี่ยวกับเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ทราบทั่วกัน

          Download เอกสารคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไฟล์แนบด้านล่าง 2 ไฟล์

          Download บทเพลงพื้นบ้าน ที่ลิงก์นี้  http://www.media.moe.go.th/musicList.php?pg=musicnew&cid=7

     


                               

ที่มา :  คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2016 เวลา 09:09 น.
 
การประชุมเพื่อเผยแพร่สรุปผลการทบทวนการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย
เขียนโดย นายธนพงศ เชื้อนาค
วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2016 เวลา 16:22 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

 

             นายสุภัทร จำปาทอง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเพื่อเผยแพร่สรุปผลการทบทวนการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย วันพุธที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙  ณ โรงแรมเดอะสุโกศล ห้องกมลพร ชั้นกรุงเทพฯ

รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่ามีความยินดีที่ได้มีโอกาสมาร่วมประชุมครั้งนี้ และได้รับทราบสรุปผลการสำรวจสถานการณ์การเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาไทย ตามที่องค์การยูนิเซฟร่วมกับศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข สวัสดิการและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การยูเนสโก และกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินการศึกษาวิจัยด้านการศึกษาเกี่ยวกับเพศศึกษา Comprehensive Sexuality Education (CSE) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนการศึกษาเกี่ยวกับเพศศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสถานะ ผลสำเร็จ ช่องว่าง และปัญหาในการดำเนินการของโรงเรียนทั้งในระดับมัธยมและอาชีวศึกษา องค์การยูนิเซฟได้เก็บข้อมูลในพื้นที่ ๖ จังหวัดภูมิภาค มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน ๓๙๘ แห่ง นักเรียนและครูเข้าร่วมในการสำรวจ จำนวน ๘,๘๓๗ และ ๖๙๒ คน ตามลำดับ รวมทั้งการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์และกิจกรรมอภิปรายกลุ่ม ในนามกระทรวงศึกษาธิการขอขอบคุณองค์การยูนิเซฟประเทศไทยและภาคีองค์กรสหประชาชาติตลอดจนผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ)และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ในการให้การสนับสนุนศึกษาวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีพร้อมกับความร่วมมือจากสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาครอบคลุมทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษา รวมกัน ๓๙๘ แห่ง จากทุกภาคของประเทศไทย โดยมีนักเรียนและครูเข้าร่วมในการสำรวจถึง๙,๕๒๙ คน

 รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต่อไปว่านโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่านทั้งหลายในที่นี้ว่า การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ มุ่งเน้นให้ผู้เรียน ครู ผู้ปกครองมีความสุข ผู้เรียนได้รับการพัฒนาครอบคลุมทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ Head Heart Hand และ Health ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะและมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย สามารถแสวงหาองค์ความรู้ได้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นให้จัดการเรียนการสอน ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนรู้ ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา และการศึกษานอกระบบ ให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ สามารถใช้หลักเหตุและผลในการตัดสินใจ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคนิคการสอนและสื่อ การประเมินผลการพัฒนาผู้เรียน ทั้งในด้านความรู้ คุณลักษณะ และทักษะชีวิต ตลอดจนการให้ทุกภาคส่วน รวมถึง ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เช่น เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตร ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์ประชารัฐ” ทั้งนี้ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับเด็กในยุคโลกไร้พรมแดน ให้นักเรียนคิดเป็น นำไปปฏิบัติได้ และแก้ไขปัญหาเป็น

                ผลการศึกษาครั้งนี้นับว่า สอดรับกับ ๖ จุดเน้นของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “การปฏิรูปการศึกษา” ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะด้านหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ การผลิตและพัฒนาครู การทดสอบ การประเมินการประกันคุณภาพ การพัฒนามาตรฐานการศึกษา การบริหารจัดการ หรือแม้แต่
ด้าน ICT เพื่อการศึกษา โดยผลการศึกษาส่วนหนึ่งที่ระบุว่า “นักเรียนเกินร้อยละ ๙๐ ที่บอกว่า ครูมั่นใจในการจัดการเรียนการสอนเรื่องเพศในหัวข้อต่างๆ และไม่มีท่าทีที่จะหลีกเลี่ยงพูดคุยกับนักเรียน”  ซึ่งนับเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่ชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของ “ครู” และ “สถานศึกษา” ที่จะเอื้อให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องเพศที่มี
ความละเอียดอ่อน และอ่อนไหวในสังคมไทย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทางสังคมวัฒนธรรมเทคโนโลยี การสื่อสาร จึงเป็นสถานการณ์ที่พวกเราทุกคนไม่ว่าผู้ใหญ่ เด็กและเยาวชนต้องช่วยกันเปิดโอกาสและขยายพื้นที่การเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในและนอกสถานศึกษา ทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ ได้มีการผสมผสานกับวิชาชีวิต เช่นเรื่องเพศวิถีศึกษา เป็นต้น

รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวในที่สุดว่า มั่นใจว่าผู้เข้าประชุมทุกท่านที่มาจากหลายภาคส่วนโดยเฉพาะผู้แทนนักเรียน และจากสภาเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการศึกษา จะได้ร่วมกันนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ ไปช่วยกันขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาผ่านการจัดการเรียนการสอนหรือสนับสนุนให้เพศวิถีศึกษาให้เป็นกระบวนการหนึ่งที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนได้สอดคล้องกับช่วงวัยและสถานการณ์ทางสังคมในปัจจุบัน ต่อไป

                               

อุษา/ข่าว

กิตติกร/ภาพ

ที่มา : กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2016 เวลา 16:26 น.
 
การประชุมเพื่อพิจารณาการจัดทำแผน 5 ปีด้านการศึกษาของอาเซียน พ.ศ.2559 - 2563
เขียนโดย นายธนพงศ เชื้อนาค
วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2016 เวลา 10:40 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

 

asean work plan 25 26 4 2559

     นายสุภัทร จำปาทอง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้แทนประเทศไทยเพื่อพิจารณาจัดทำแผน 5 ปีด้านการศึกษาของอาเซียน ระหว่างวันที่ 25 - 26 เมษายน 2559 ณ สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ต้า พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.

asean work plan1 25 26 4 2559

    ที่ประชุมรับทราบวิสัยทัศน์อาเซียน 2025 และแผนงานของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยเป้าหมายการดำเนินงานร่วม กันใน 5 ประการหลัก ได้แก่ 

1) ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน (Engages and Benefits the People)

2) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในทุกระดับ (Inclusive)

3) ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable)

4) พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (Resilient)

5) มีกลไกที่มีประสิทธิภาพ (Dynamic)

     และประเด็นสำคัญด้านการศึกษา (Key Elements on Education) ที่รัฐมนตรีศึกษาอาเซียนได้รับรองในการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 8 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษา ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 11 - 12 กันยายน 2557 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป. ลาว นอกจากนี้ ยังได้รับทราบเพิ่มเติมถึงกิจกรรมการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (ASEAN Cooectivity) การลดช่องว่างระหว่างกันในาอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration - IAI)  และการพัฒนากรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (ASEAN Qualifications Reference Framework) และได้พิจารณาแผน 5 ปีด้านการศึกษาของอาเซียน พ.ศ.2559 - 2563 ที่ประกอบด้วยกิจกรรม (Projects/Activities) เป้าหมายการดำเนินงาน (Performance) ผลลัพธ์ (Expected Outputs) ประเทศเจ้าภาพ (Lead Country) ประเทศร่วมดำเนินการ (Partners) และระยะเวลาที่จะดำเนินการ (Timelines 2016-2020)  ตลอดจนแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน และการหางบประมาณสนับสนุนการดำเนินการ

     ท้ังนี้ที่ ประชุมขอให้ประเทศสมาชิกยืนยันการเป็นเจ้าภาพในกิจกรรมที่รับเป็นเจ้าภาพเมื่อการประชุมครั้งที่๒ เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๙ โดยประเทศไทยยืนยันที่จะรับเป็นเจ้าภาพกิจกรรมใน ๔ เรื่อง ได้แก่

๑. การพัฒนาศูนย์อาเซียนศึกษา ในภูมิภาค เพื่อใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการพัฒนาความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนและการดำเนินการตามเป้าหมายวิสัยทัศน์อาเซียน ๒๐๒๕ โดยการพัฒนาศูนย์อาเซียนศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนอาเซียนศึกษาระดับอุดมศึกษาในภูมิภาคผ่านระบบออนไลน์และการเคลื่อนย้ายระหว่างกันในอาเซียน โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย ๑) กำหนดวิสัยทัศน์มาตรการ กิจกรรม และเป้าประสงค์การดำเนินการ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากศูนย์อาเซียนในภูมิภาคให้สอดคล้องกับแนวทางและเป้าหมายของอาเซียน ๒) กำหนดโครงสร้างหลักสูตรอาเซียนศึกษาเพื่อใช้เทียบเคียงระหว่างกันในอาเซียน

๒. พัฒนาแนวทางเทียบเคียงคุณวุฒิทางการศึกษาระดับอาชีวศึกษาของอาเซียนและส่งเสริมการเคลื่อนย้ายระหว่างกันในระดับอาชีวศึกษา โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย ๑) การแลกเปลี่ยนระหว่างกัน และ ๒) การสนับสนุนการฝึกงานระหว่างสถาบันการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียน

๓. การพัฒนาความกลมกลืนระหว่างกันโดยการประกันคุณภาพทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาในอาเซียนด้วยการใช้ASEAN Regional Quality Assurance (AQAN) โดยการส่งเสริมความเชื่อมโยงการประกันคุณภาพทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาระหว่างกันในอาเซียนและสร้างความเข้มแข็งให้กับการประกันคุณภาพทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาและนักวิชาการ การส่งเสริมการใช้และสร้างความเข้มแข็งให้กับการประกันคุณภาพทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา นอกจากนี้ที่ประชุมได้ขอให้ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพเพิ่มเติมหนึ่งเรื่องร่วมกับสำนักงาน ยูเนสโก กรุงเทพฯ

๔. การส่งเสริมการศึกษาที่ครอบคลุมและทั่วถึง (inclusive education) โดยการพัฒนาปฎิญญาอาเซียนว่าด้วยการศึกษาสำหรับเด็กตกหล่น (Out-of-School Children) ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับประเด็นข้ามสาขาและแนวทางการประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เน้น ย้ำ ต่อที่ประชุมว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติสัญชาติศาสนา หรือความเชื่อ และมุ่งสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างทั่วไปในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นควรให้สำนักเลขาธิการอาเซียนควรมุ่งเน้นการดา เนินงานบนพื้นฐานของสถาบัน/องค์การ/กิจกรรมที่มีอยู่เดิมและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายตามวิสัยทัศน์อาเซียน ๒๐๒๕ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ๒๐๓๐ ขององค์การสหประชาชาติอนึ่งแผน ๕ ปี ด้านการศึกษาของอาเซียน ฉบับนี้จะนำเสนอต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ ๑๑ และการ ประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ ๙ ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕ ๙ณ ประเทศมาเลเซียต่อไป

 ที่มา : สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 02 พฤษภาคม 2016 เวลา 14:07 น.
 
มอบโล่ สถานศึกษาสีขาวปีการศึกษา 2559
เขียนโดย นายธนพงศ เชื้อนาค
วันอังคารที่ 26 เมษายน 2016 เวลา 09:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล


      

 

     รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการร่วมพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ สถานศึกษาสีขาว  ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2559

     นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ สถานศึกษา สีขาว  ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2559โดยมีหม่อมหลวงปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการมอบโล่เชิดชูเกียรติให้แก่สถานศึกษา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 ณ ห้องประชุมใหญ่พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

     รัฐบาลได้มีนโยบายสำคัญเร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา กำหนดมาตรการป้องกันเด็กเยาวชนก่อนวันเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นมั่วสุมกับยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้กำหนดนโยบาย ให้ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินการตามนโยบายที่วางไว้

     รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินตามยุทธศาสตร์ที่ 1 การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในและนอกสถานศึกษา ได้มีภูมิคุ้มกันไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเฝ้าระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดยาเสพติดในสถานศึกษา ดูแลเพื่อนไม่ให้เป็นผู้เสพรายใหม่ โดยมีศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษากระทรวงศึกษาธิการ เป็นกลไกการขับเคลื่อนงานในส่วนกลางและระดับพื้นที่

     ด้านผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิดและหลักการของ “ 4ประสาน 2 ค้ำ” ซึ่ง 4 ประสานได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนครู/อาจารย์ ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนนักเรียน/นักศึกษา และส่วนของ 2 ค้ำ ได้แก่ตำรวจและพระสงฆ์ ซึ่งอยู่ในบริเวณท้องถิ่นและชุมชน นอกจากนี้เพื่อสถานศึกษามีระบบป้องกันที่เข้มแข็งและยั่งยืน จึงให้มีการดำเนินงาน 5มาตรการ ได้แก่ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการบริหารจัดการ และกลยุทธ์4ต้อง 2 ไม่ คือ ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนปฏิบัติ ต้องมีระบบ ต้องมีเครือข่าย และ 2 ไม่ คือ ไม่ปกปิดข้อมูล ไม่ไล่ออก เป็นแนวทางการดำเนินงานการป้องและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนตลอดไป

จงจิตย์ / ข่าว

ศุภชัย / ภาพ

กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 26 เมษายน 2016 เวลา 09:05 น.
 
หน้า 3 จาก 292