...

ระดับความพึงพอใจ

1.ท่านได้รับข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์จากเว็บไซต์นี้

ระดับความพึงพอใจ

2.การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลข่าวสารบนหน้าเว็บไซต์ สะดวกต่อการค้นหา

ระดับความพึงพอใจ

3.การจัดรูปแบบหน้าจอ ได้แก่ รูปภาพ ตัวอักษรและสี มีความเหมาะสม

ระดับความพึงพอใจ

4.มีช่องทางการติดต่อสอบถามและให้ข้อเสนอแนะ

ระดับความพึงพอใจ

5.ความพึงพอใจโดยรวมในการใช้งานเว็บไซต์

 

การปฏิรูปการศึกษา
 
แสดงความคิดเห็นการปฏิรูปการศึกษา

 

รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




กุมภาพันธ์ 2017


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 1 2 3 4


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

bn001

การประชุมนานาชาติ
ว่าด้วยเมืองแห่งการเรียนรู้
( 14 ตุลาคม 2558)

การสอนภาษาอังกฤษ
ให้สามารถสื่อสารได้
( 1 ตุลาคม 2558 )

นโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"
( 8 กันยายน 2558 )

 

Readme

 

แนะนำ
 
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

icon2242559

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
 

 

WebAcc


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้515
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้2040
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้13126
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว14215
mod_vvisit_counterเดือนนี้48271
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว48770
mod_vvisit_counterทั้งหมด1884191
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, 5 bots online
Your IP: 54.204.219.143
 , 
Today: ก.พ. 25, 2017
ข่าวสำนักงานปลัดส่วนกลาง
ถวายราชสดุดี
เขียนโดย Administrator
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

ถวายราชสดุดี

 

 

นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสดุดี และเดินแถวลูกเสือ เนื่องในวันวชิราวุธ  เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓  ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สวนลุมพินี โดยมีนายนิวัตร นาคะเวช เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะลูกเสือ เนตรนารี จำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ คน ร่วมพิธี

 

 

สำหรับวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้านวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร   มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย โดยคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กำหนดให้เป็นวันสำคัญของคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยลูกเสือ เนตรนารี และบุลากรทางการลฃูกเสือ     จะร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ด้วยการประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสุดุดี และแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี พร้อมออกบำเพ็ญประโยชน์ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อถวายเป็นราชสักการะ

 

 

 

อิชยา/ข่าว

ศุภชัย/ภาพ

 
เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ของ สป.
เขียนโดย Administrator
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

 

เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ หมายถึง  เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ที่หน่วยงานได้รับผ่านช่องทาง
การร้องเรียนต่างๆ รวมทั้งการได้รับการประสานงานจากส่วนราชการอื่นๆ มาเพื่อทราบ
หรือพิจารณาดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่

หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต   
ทั้งต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในลักษณะดังต่อไปนี้ 

1. การปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ของข้าราชการเป็นไปในลักษณะที่ขาดหรือมีความรับผิดชอบไม่เพียงพอ
2. การปฏิบัติหน้าที่ไปในทางที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือในความมีคุณธรรม ความมีจริยธรรม
3. การปฏิบัติหน้าที่โดยการขาดการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล

สามารถร้องเรียน/ร้องทุกข์ ได้ดังนี้

 

หน่วยงาน

  รายชื่อข้าราชการ
ที่รับเรื่องร้องเรียน/ ร้องทุกข์
ตำแหน่ง

 โทรศัพท์ /
โทรสาร
1.สำนักอำนวยการ นางธัญธร  ดอนสนธิ   เจ้าหน้าที่ธุรการชำนาญงาน 0 2628 5621
0 2628 6346
2.สำนักนโยบายและ
ยุทธศาสตร์
นายสกนธ์  ชุมทัพ   ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
นายขรรค์ชัย  วัชรกาฬ
   
หัวหน้ากลุ่มบริหารงานทั่วไป
0 2628 5638-9 ต่อ 39,40
0 2281 9413
3.สำนักความสัมพันธ์
ต่างประเทศ
นายสมทรง  งามวงษ์   นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ
นางกุสุมา  นวพันธ์พิมล
   นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ
นางสาวเบญจพร  มรรยาทอ่อน
   นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ
นายสิงหชาต  ไตรจิตต์
   นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ
นางสาวจินตนา  อินทสระ
 
 นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
0 2628 5646 ต่อ 105
0 2281 0953
4.สำนักนิติการ นางสาวฉตินันต์ พันธ์ไพบูลย์   นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ 0 2628 5650
0 2281 0497
5.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร
นายชาญศักดิ์  เหลืองไตรรัตน์   นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ
นางสาวมลฑณา โซวเกียรติรุ่ง
 
 นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ
 
0 2628 6608 , 0 2282 8285
0 2628 6607 , 0 2282 8285
6.สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์
และบุคลากรทางการศึกษา
นายณรงค์ศักดิ์  สุมาลย์โรจน์   ครูชำนาญการพิเศษ
นายวิสูตร  ปฐมโรจนฤทธิ์
 
 ครู ก.ศ. 3
0 3422 5400-2 ต่อ 4068
0 3422 5399
0 3422 5400-2 ต่อ 4069
7.สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด
และกิจการนักเรียน
นายสายัณห์  สันทัด 0 2282 0850
8.หน่วยตรวจสอบภายใน สป. นางสาวมนณภา  เอี่ยมอุไร   นักวิชาการตรวจสอบภายในชำนาญการ
นางสาวกัญญณัช 
 แจ้งธรรมมา
0 2280 6217 
0 2281 8882
9.กลุ่มตรวจสอบภายในระดับกระทรวง นางนันทา  อนะมาน  หัวหน้ากลุ่มตรวจสอบภายในระดับกระทรวง
นางสาวจิรารัตน์  นันทวโนทยาน  นักวิชาการตรวจสอบภายในชำนาญการพิเศษ
นางนงนภัส  ล้ำภักดี  นักวิชาการตรวจสอบภายในชำนาญการ
นางกชกร  เทศพิทักษ์  นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
0 2628 6348-9
0 2628 6167
10.กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สป. นายศักดิ์ชัย  ทวีศักดิ์  หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สป.
นางสาวอัจฉรา  รัตนบุญสิน  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ
0 2628 6407
0 2628 6409
11.สำนักตรวจราชการ
และติดตามประเมินผล
นายพัฒนา  แจ่มเหมือน  นักวิเคราะห์นโยบายและยุทธศาสตร์
นายศักดิพัฒน์ แผนสง่า
  เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
0 2628 5632
0 2628 5633
12.สำนักงาน ก.ค.ศ. นายสามารถ  ข่าวดี   รก. ผู้อำนวยการภารกิจกฎหมาย อุทธรณ์ฯ 0 2280 2822
0 2281 3358
13.สำนักงาน กศน. นางสาวระเบียบ  สมจิตร  นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ 0 2282  2159
0 2628 7798
14.สำนักบริหารงาน
คณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชน
นายสุดใจ  จิระสมประเสริฐ  นิติกรชำนาญการพิเศษ
นายมานะ  กล้าผจญ  นิติกรชำนาญการ
นางสาวประภาศรี  ใจสุข  นิติกรชำนาญการ 
ว่าที่ ร.ต. ปาพจน์  วิณิชยกุล  นิติกรชำนาญการ
0 2628 9027
0 2628 9027

และหากพบเห็น ข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างประจำสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
กระทำการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนและข้อบังคับว่
าด้วยจรรยาข้าราชการ 

สามารถร้องเรียนได้ที่  กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ชั้น 9 เลขที่ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

โทรศัพท์ 0 2628 6164 โทรสาร 0 2628 6162
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 10 กรกฏาคม 2012 เวลา 18:20 น.
 
การประชุม AMFIE 2010
เขียนโดย Administrator
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

การประชุม AMFIE 2010

 

 

นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย กล่าวนโยบายการขับเคลื่อนการศึกษาไทยโดยใช้ระบบ ICT ในการประชุม Asia Paific Ministrail Forum on ICT in Education 2010 : AMFIE 2010 ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อวันที่ 25  พฤศจิกายน 2553

                รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังดำเนินการตามแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระหว่างปี 2001-2010 ซึ่งได้กำหนดกรอบการพัฒนาประเทศไว้ 5 ด้านคือ E-Society E-Education E-Government E-Commerce และ E-Industry  นอกจากนั้นยังกำหนดการพัฒนาทางด้าน ICT เป็น 2 ช่วง คือ แผนการพัฒนาช่วงแรกในปี 2002 –2006 ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจและการแข่งขันของอุตสาหกรรม รวมไปถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการนำระบบ ICT ไปใช้ และแผนการพัฒนาช่วงที่2 ตั้งแต่ปี 2009-2013 โดยให้ความสำคัญไปที่การนำระบบ ICT มาพัฒนาให้สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยการเพิ่มจำนวนประชากรในการเข้าถึง ICT เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างการบริหารการจัดการที่ดี นอกจากนั้นและแผนการพัฒนาช่วงที่2 ได้กำหนดยุทธศาสตร์สำหรับการเพิ่มบุคลากรทางด้าน ICT ให้มีคุณภาพ โดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับการไว้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของผู้เรียนและผู้สอน ทั้งครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา และกลุ่มคนทั่วไปที่ใช้งานระบบ ICT

                รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า  กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายของการศึกษาไทย ไว้ 8 ประการ คือ 1. การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. โครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ  3. จัดตั้ง "โรงเรียนดีประจำตำบล" 4. พัฒนาการศึกษาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  5. สร้างแหล่งการเรียนรู้ราคาถูก 6. จัดทำโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพครู  7. พัฒนาคุณภาพชีวิตครู และ 8. สนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี  

“ในปี  2011 - 2013 กระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวทางการนำระบบ ICT มาพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดย การขับเคลื่อนผ่านนโยบาย 3Ns อันประกอบด้วย NEdNet NEIS และ NLC โดยมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ คือ ผู้เรียน ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีการนำระบบ ICT มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียนและผู้สอนผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1. การพัฒนาครูผ่านระบบออนไลน์ (UTQ Online) โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ผ่านทางเวปไซต์ www.utqonline.com  2. โทรทัศน์ครู (Thai Teacher TV) ซึ่งเป็นรูปแบบการนำประสบการณ์สอนของครูทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนกัน โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ เวปไซต์ และสื่อการสอนในรูปแบบ ดีวีดี  3. เวปไซต์พัฒนาครู GURU Online เป็นเวปไซต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากความร่วมมือของ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา สป. กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนและช่วยเหลือครูตั้งแต่การจัดทำแผนการสอน วิธีการสอน และการประเมินผล ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาความรู้ ทักษะการสอน และด้านเทคโนโลยีให้กับครูได้เป็นอย่างดี”รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

 

 

 

 

ธมกร / ข่าว

วิชัย / ภาพ

 

 

 

 

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป./วิชัย เทพกอม
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 03 กรกฏาคม 2012 เวลา 11:09 น.
 
การประชุมผู้ประสานงานแห่งชาติด้านการศึกษาเพื่อปวงชนระดับภูมิภาค ครั้งที่ 11
เขียนโดย Administrator
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

การประชุมผู้ประสานงานแห่งชาติด้านการศึกษาเพื่อปวงชนระดับภูมิภาค ครั้งที่ 11

 

 

 

การประชุมผู้ประสานงานแห่งชาติด้านการศึกษาเพื่อปวงชนระดับภูมิภาค ครั้งที่ 11
(11th Regional Meeting of National EFA Coordinators)
18 – 20 พฤศจิกายน 2553
ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ
**********************************


สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ได้ดำเนินการจัดประชุมผู้ประสานงานแห่งชาติด้านการศึกษาเพื่อปวงชนระดับภูมิภาค ครั้งที่ 11 (11th Regional Meeting of National EFA Coordinators) ระหว่างวันที่ 18 – 20 พฤศจิกายน 2553 ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบความก้าวหน้าของ   แต่ละประเทศในการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาการศึกษาในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มชายขอบ และกลุ่มที่ห่างไกลการศึกษา พิจารณาประเด็นการจัดสรรงบประมาณการศึกษาในสภาวะวิกฤตทางการเงินของโลก รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการประชุมดังกล่าวเพื่อเป็นเวทีในการพิจารณาประเด็นวาระการศึกษาต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ทั้งนี้ ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้ประสานงานด้านการศึกษาเพื่อปวงชนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้และเอเชียตะวันตก ผู้แทนประเทศกลุ่มเอเชียกลางและแปซิฟิก ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการที่รับผิดชอบด้านการประสานงานระดับชาติ คณะทำงานด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ผู้แทนยูเนสโก ยูนิเซฟ รวมทั้งนักวิชาการศึกษาจากหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องจาก 25 ประเทศ รวมทั้งสิ้น 110 คน ซึ่งรวมถึงคณะผู้แทนไทย จำนวน 17 คน อ่านต่อ

 

 

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
 
ศธ. และ กต. ร่วมมือกันผลักดันโครงการครูสอนภาษาอังกฤษ
เขียนโดย Administrator
วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

ศธ. และ กต. ร่วมมือกันผลักดันโครงการครูสอนภาษาอังกฤษ

 

 

 

นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนจากองค์กรหลักในกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ได้ประชุมหารือร่วมกับรองอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ และคณะจากกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับโครงการครูสอนภาษาอังกฤษ ณ ห้องประชุมสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ศธ. ในวันที่ 17 พ.ย. 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีที่มาจากการดำเนินการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ได้มีโอกาสพบปะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของนิวซีแลนด์และแคนาดาในการประชุมระหว่างประเทศอาเซียนกับคู่เจรจาที่ประเทศเวียดนาม ในเดือนกรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา และได้นำไปสู่การหารือแสวงหาความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนภาาษาอังกฤษในประเทศไทย

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ให้ความร่วมมือในการรวบรวมรายชื่อและสถานศึกษาที่ต้องการครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างประเทศไปสอนให้แก่กระทรวงการต่างประเทศให้รับทราบ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการเองก็ได้มีนโยบายในการที่จะพัฒนาพลเมืองของไทยให้มีจิตสำนึกในความเป็นไทยและเป็นคนเก่งในระดับสากล จึงมีการประกาศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เมื่อวันที่  22 ต.ค. 2553 และในการหารือประชุมครั้งนี้จึงต้องการแสวงหาหาแนวทางและกรอบการดำเนินงานในการพัฒนาการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย

 ด้านรองอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ จากกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอว่า การปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยควรใช้วิธีการ 2 –3 วิธีการผสมผสานกัน คือ วิธีการส่งครูภาษาต่างประเทศไปตามโรงเรียนต่างๆ วิธีการแบบ Train the Trainer คือ เอาครูภาษาต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญมาสอนวิธีการสอนภาษาอังกฤษ (Teaching Methodology) และการใช้ภาษาอังกฤษให้กับครูไทย และการส่งบุคลากรไปอบรมต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้กระทรวง   การต่างประเทศก็สามารถจัดหาครูต่างประเทศให้ได้ เพราะมีหน่วยงานในกระทรวงที่ทำหน้าที่ดูแลความร่วมมือกับ 5 กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อยู่แล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอังกฤษ รวมทั้งประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ เช่น อินเดียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น ตลอดจนมีอาสาสมัครครูต่างชาติเข้ามาสอนในประเทศไทยทุกปีอยู่แล้ว   และกระทรวงการต่างประเทศเองมีงบประมาณที่พอจะสนับสนุนโครงการนี้อยู่บ้าง แต่ในการนี้กระทรวงการต่างประเทศขอให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดคุณสมบัติของครูที่จะเข้ามาสอนในประเทศไทย รวมทั้งระยะเวลาในการสอนและหลักเกณฑ์ในการติดตามประมินผลด้วย

จากประเด็นนี้ นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวว่าทาง สพฐ. มีหลักเกณฑ์ตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการอยู่เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชาวต่างประเทศ และสำหรับโรงเรียนเอกชนก็มีหลักการและวิธีการในการคัดเลือกเช่นกัน นอกจากนี้ในส่วนของ สพฐ. ก็มีศูนย์ภาษา ERIC (English Resources and Instruction Center) กระจายอยู่ทั่งประเทศกว่า 1,000 แห่ง เป็นหน่วยรองรับการดำเนินงาน สำหรับการจ้างครูชาวต่างประเทศเข้ามาสอน และกระทรวงศึกษาธิการยังได้ดำเนินการพัฒนาโรงเรียนในกลุ่ม World Class Standard School กลุ่ม Education Hubและกลุ่มโรงเรียนดีประจำตำบล ซึ่งในการพัฒนาโครงการครูสอนภาษาอังกฤษนี้ก็ต้องการที่จะพัฒนาให้เด็กไทยใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเทียบเท่ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผู้แทนจากแต่ละหน่วยงานก็ได้เสนอความคิดเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศว่าควรจะพัฒนาในด้านของทักษะการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น รวมทั้งการขยายจำนวนครูภาษาต่างประเทศให้มีจำนวนมากขึ้นในแต่ละโรงเรียน

จากการหารือในที่ประชุม นายสมบัติ  สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้สรุปว่าในการดำเนินการครั้งนี้ควรมีการกำหนดกรอบความคิดให้ชัดเจน โดยมองว่าวัตถุประสงค์หลักของการนำเอาครูต่างประเทศเข้ามาก็คือ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยและเป็นวิทยากรให้กับครูในเครือข่ายและนอกเครือข่าย รวมทั้งต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ งบประมาณและกรอบการดำเนินงานให้ชัดเจน ซึ่งควรทำเป็นเอกสารเสนอผ่าน ครม. ในลักษณะเป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานและมีเลขานุการคณะทำงานร่วมกัน และกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานว่าโครงการนี้ควรดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2554 –2555 ซึ่งหลังจากประชุมหารือเพื่อยกร่างโครงการนี้แล้วก็ให้มีการจัดประชุมเป็นสัมมนาเชิงปฎิบัติการระหว่างกระทรวงกับครูและผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนี้ประมาณ 50 –60 คน เพื่อพิจารณาความสมบูรณ์ของเอกสารยกร่างและปรับปรุงเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนมกราคม ปี 2554  ทั้งนี้คาดหวังว่าผลจากการดำเนินการในโครงการนี้จะสามารถทำให้สถานศึกษาในประเทศไทยมีครูภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้น 50% หรือประมาณ 500 –600 คน ในปี พ.ศ. 2558 เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนต่อไป

 

 

 

กานต์/ข่าว 

 กิตติกร/ภาพ

 

 

 

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป./วิชัย เทพกอม
 
หน้า 183 จาก 303