...

ระดับความพึงพอใจ

1.ท่านได้รับข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์จากเว็บไซต์นี้

ระดับความพึงพอใจ

2.การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลข่าวสารบนหน้าเว็บไซต์ สะดวกต่อการค้นหา

ระดับความพึงพอใจ

3.การจัดรูปแบบหน้าจอ ได้แก่ รูปภาพ ตัวอักษรและสี มีความเหมาะสม

ระดับความพึงพอใจ

4.มีช่องทางการติดต่อสอบถามและให้ข้อเสนอแนะ

ระดับความพึงพอใจ

5.ความพึงพอใจโดยรวมในการใช้งานเว็บไซต์

 

การปฏิรูปการศึกษา
 
แสดงความคิดเห็นการปฏิรูปการศึกษา

 

รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




มกราคม 2017


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31 1 2 3 4


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

bn001

การประชุมนานาชาติ
ว่าด้วยเมืองแห่งการเรียนรู้
( 14 ตุลาคม 2558)

การสอนภาษาอังกฤษ
ให้สามารถสื่อสารได้
( 1 ตุลาคม 2558 )

นโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"
( 8 กันยายน 2558 )

 

Readme

 

แนะนำ
 
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

icon2242559

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
 

 

WebAcc


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้434
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1494
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3759
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว10400
mod_vvisit_counterเดือนนี้35973
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว63406
mod_vvisit_counterทั้งหมด1823123
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, สมาชิก, 2 bots online
Your IP: 54.211.249.219
 , 
Today: ม.ค. 24, 2017
ข่าวสำนักงานปลัดส่วนกลาง
สกก. จัดทำแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี
เขียนโดย Administrator
วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

สกก. จัดทำแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี


 

 

 

นายนิวัตร นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการเปิดการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติราชการของสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน (สกก.) ณ โรงแรมกานต์มณี พาเลซ กทม. เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

                รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน (สกก.) เป็นหน่วยงานที่ดูแลและพัฒนาเรื่องพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนโดยส่งเสริมทางด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น หลักสูตรลูกเสือ ยุวกาชาด กิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมชุมนุม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการส่งเสริมให้เกิดทักษะชีวิตในตัวผู้เรียน ซึ่งการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๗  ในครั้งนี้ต้องเน้นสร้างเรื่องดังกล่าวให้เกิดขึ้น  โดยต้องคำนึงถึงหลักการสำคัญของการจัดทำแผน คือ  การสร้างเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นสุภาพบุรุษ มีความซื่อสัตย์ สุจริต และอุปนิสัยดี ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) โดยที่ สกก. จะต้องจัดทำหลักสูตรของกิจกรรมพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดทักษะ และความชำนาญ และเป็นต้นแบบสำหรับองค์กรอื่นในกานไปใช้สำหรับการพัฒนาต่อไป  โดยต้องยึดหลักการและเป้าหมายที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองที่มุ่งเน้นสร้างเยาวชนให้มีคุณภาพและมีมาตรฐาน มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเสมอภาค และสร้างให้ภาคีเครือข่ายระหว่างครูและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลและอบรมพฤติกรรมของเด็ก  นอกจากนั้น แผนการปฏิบัติราชการต้องมีเป็นเอกภาพของหน่วยงานใน สกก. กิจกรรมต้องโดดเด่นแตกต่างไปจากที่สิ่งเคยทำ และต้องสร้างโครงการที่มีลักษณะเป็นเชิงรุกมุ่งสู่เยาวชน  ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมาจากการนำคำปฏิญาณ และกฎระเบียบ วัตถุประสงค์ ของลูกเสือ  ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน มาสร้างเป็นกิจกรรมในการพัฒนาผู้เรียนและเน้นกิจกรรมที่เป็นที่ประจักษ์ของสังคมในเชิงบวก

                “ นอกจากนั้น ยังต้องส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีทักษะชีวิต โดยนำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมาเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีทักษะชีวิตที่สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างความเป็นพลเมืองยุคใหม่ที่มีคุณภาพ มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการทำความดี สร้างเยาวชนให้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมสาธารณะ และมีจิตสำนึกสาธารณะ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรใหม่และบูรณาการกับหลักสูตรเดิมที่มีอยู่ ให้ตอบสนองและรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของเยาวชนในอีก ๔ ปีข้างหน้า โดยคำนึงถึงสมรรถนะที่จำเป็นของหลักสูตร และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องแทรกเรื่องความกตัญญูเข้าไปด้วย ”รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว 

 

 

 

 

ธมกร/ข่าว/ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป./วิชัย เทพกอม  

 
ศธ.น้อมรำลึกบิดาแห่งลูกเสือไทย
เขียนโดย Administrator
วันเสาร์ที่ 06 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

ศธ.น้อมรำลึกบิดาแห่งลูกเสือไทย

 

 

 

นายนิวัตร นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการประชุมปรึกษาหารือการจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๕๓ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องของทุกองค์กรหลัก เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดิ์ดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องประชุม ๒ ชั้น ๓ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

                กระทรวงศึกษาธิการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ที่มีต่อพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย ทั้งด้านการปกครอง การแพทย์ การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงได้จัดพิธีถวายราชสดุดี ขึ้น เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดพิธีวางพวงมาลา และจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ในทุก ๆ ด้าน 

                การจัดงานในครั้งนี้ มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา พร้อมผู้บริหาร ทั้ง ๕ องค์กรหลัก ข้าราชการ และลูกเสือ เนตรนารี จำนวนกว่า 1,000 คน เข้าร่วมในพิธี

 

 

 

 

วาสนา / ข่าว

กิตติกร / ภาพ
สารนิเทศ สอ.สป.

 
เยี่ยมน้ำท่วมโซนภาคกลาง
เขียนโดย Administrator
วันพฤหัสบดีที่ 04 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

เยี่ยมน้ำท่วมโซนภาคกลาง

 

 

 

นายสกล เขมะพรรค ที่ปรึกษารัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ และศูนย์เสมารักษ์ กระทรวงศึกษาธิการ ออกตรวจเยี่ยมและมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษาที่ประสบอุทกภัย ตามนโยบายการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

                ที่ปรึกษารัฐมนตรีและคณะ ได้ลงสำรวจพื้นที่โรงเรียนวัดจำปาหล่อ อ. เมือง จ. อ่างทอง ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและเลื่อนการเปิดการเรียนการสอนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องมาจากบริเวณโดยรอบมีน้ำท่วมสูงถึง ๒ เมตร ทำให้นักเรียนและครูไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ ในโอกาสนี้ที่ปรึกษารัฐมนตรีได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับสำนักเขตพื้นที่ทางการศึกษาอ่างทอง เพื่อส่งมอบแก่นักเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

 

 

หลังจากนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีและคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลพรหมบุรีและโรงเรียนนาคประดิษฐ์ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งโรงเรียนทั้งสองถูกน้ำท่วมสูงเกือบ ๒ เมตร ทำไห้โรงเรียนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอาคารห้องสมุด ๓ ดี ของโรงเรียนอนุบาลพรหมบุรีที่ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ส่งผลทางโรงเรียนต้องเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ ๒ ออกไปเป็นวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ต่อจากนั้น ทางคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนสิงห์บุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไป เนื่องจากบ้านของนักเรียนประมาณ ร้อยละ ๗0 ประสบกับปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้

ภายหลังจากการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ที่ปรึกษาฯและคณะ เดินทางต่อไปยัง ต. ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย และพบปะกับคณะลูกเสือไทย ที่ออกมาจัดกิจกรรมสร้างความสุขและสอดแทรกการใช้ชีวิตแบบลูกเสือเพื่อสู้กับภัยน้ำท่วมให้กับชาวบ้าน อีกทั้งให้กำลังใจกับหน่วยอาชีวะบริการ จากวิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี และวิทยาลัยการอาชีพอินทร์บุรี ซึ่งตั้งจุดบริการรับซ่อมเครื่องมือทางการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความเป็นห่วงแก่สถานศึกษา และนักเรียน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยฝากให้โรงเรียนที่ประสบภัย และสำนักงานเขตพื้นที่ทางการศึกษา รายงานความเสียหายไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางด้านหนังสือเรียน เครื่องแบบนักเรียน และงบประมาณในการฟื้นฟูอาคารเรียนต่อไป” ที่ปรึกษารัฐมนตรีกล่าว

 

 

 

*********************************************************

 

 

ธมกร/ข่าว

กิตติกร/ภาพ
สารนิเทศ สอ.สป
.

 
สป.แจงทุกสำนักวางแนวทางการปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินปี 54
เขียนโดย Administrator
วันพฤหัสบดีที่ 04 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

สป.แจงทุกสำนักวางแนวทางการปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินปี 54

 

 

๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ : ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ นายนิวัตร นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการประชุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยกลุ่มบริหารการคลังและสินทรัพย์ เพื่อสร้างความเข้าใจและทบทวนปัญหาอุปสรรคการเบิกจ่ายในปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยมีข้าราชการของทุกสำนักในสังกัดร่วมหารือและกำหนดแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ สำหรับใช้เป็นแนวการปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของสำนักงานปลัดกระทรวง ต่อไป

 

 

 

***********************************************

 

 

กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป / ข่าว 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 03 กรกฏาคม 2012 เวลา 11:06 น.
 
ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบปะหารือกับรอง ปศธ. ฝ่ายต่างประเทศ
เขียนโดย Administrator
วันอังคารที่ 02 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบปะหารือกับรอง ปศธ. ฝ่ายต่างประเทศ
 

 

สรุปผลการหารือ
1. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์) กล่าวต้อนรับ นายอิแซก ฮิวแมน (Mr. Izak Human) ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ และการได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีที่จะได้สานต่อการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน

2. ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ฯ กล่าวขอบคุณรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ให้การต้อนรับ และกล่าวว่าการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสานต่อการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การศึกษาของทั้งสองประเทศ


 3. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวถึงการดำเนินงานว่าประเทศไทยและนิวซีแลนด์ได้จัดทำความตกลงด้านการศึกษาระหว่างกันเมื่อปี พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ซึ่งสาระสำคัญของความตกลงดังกล่าวได้ระบุขอบเขตความร่วมมือไว้ 11 สาขา รวมทั้งการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษาทุกระดับ พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน/นักศึกษาไทยไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ทุกปี นอกจากนี้ได้กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษารอบสองของประเทศไทย และการเตรียมการเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2015 ซึ่งจะมีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการติดต่อระหว่างประเทศอาเซียน นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการไทยได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศริเริ่มความร่วมมือที่สำคัญประการหนึ่งกับทางนิวซีแลนด์คือโครงการพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษ โดยการขอความร่วมมือจากมิตรประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ รวมทั้งนิวซีแลนด์เพื่อจัดส่งครูมาช่วยสอนภาษาอังกฤษในสถานศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อสถานศึกษาที่ต้องการครูภาษาอังกฤษ จำนวน 247 แห่ง เสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว คาดว่ากระทรวงการต่างประเทศจะได้นำข้อมูลไปหารือกับรัฐบาลนิวซีแลนด์ต่อไป

      นอกจากนี้ ประเทศไทยเคยได้จัดโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องกับประเทศนิวซีแลนด์ ในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี เมื่อปี พ.ศ.2549 โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 8 โรงเรียน (4 คู่) ซึ่งมีกิจกรรมประกอบด้วย การพัฒนาเว็บไซต์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่านระบบ ICT เช่น Video conference การแลกเปลี่ยนการเยือนของครู-นักเรียน เป็นต้น แต่ขณะนี้   ทราบว่าขาดการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้โรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมข้างต้นต้องชะลอการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ลงไป จึงควรที่จะร่วมกับสนับสนุนให้มีการดำเนินโครงการต่อไป เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

4. ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ฯ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมานิวซีแลนด์และประเทศไทยได้มีความร่วมมือที่สำคัญต่างๆ อาทิ การกำหนดหลักเกณฑ์การเทียบโอนหน่วยกิตของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ต้องการจะกลับมาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาของไทย ซึ่งมีการดำเนินการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อหาข้อสรุปหลักเกณฑ์ดังกล่าว สำหรับมหาวิทยาลัยของไทยหลายแห่งได้สนใจที่จะจัดทำข้อตกลงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยกับมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์หลายแห่ง นอกจากนี้มีการส่งเสริมทางการศึกษา ทำให้นักเรียนนักศึกษาชาวไทยสนใจที่จะไปศึกษาต่อยังประเทศนิวซีแลนด์เป็นจำนวนมาก สำหรับความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ฝ่ายไทยแจ้งให้ทราบนั้น เป็นความริเริ่มระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสองฝ่าย  ซึ่งทางฝ่ายนิวซีแลนด์มีความยินดีอย่างมากที่จะให้ความร่วมมือ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังต้องร่วมกันศึกษาขอบเขตและรายละเอียดที่ชัดเจนในประเด็นต่างๆ เช่น  ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ รายละเอียดของวิชาที่ต้องสอน ค่าตอบแทนรวมถึงแหล่งเงินทุน การจัดหาที่พัก และ
คุณสมบัติของครูที่ต้องการ ในชั้นนี้เห็นว่าควรริเริ่มด้วยการทำเป็นโครงการนำร่องก่อน โดยอาจจะจัดส่งครูจากนิวซีแลนด์มาสอนที่ประเทศไทยจำนวน 50 คนก่อน และมีการวัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ก่อนที่จะปรับปรุงเพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมต่อไป 


    นอกจากนี้ ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ฯ ยังได้กล่าวถึงโครงการที่สำคัญประการหนึ่งของนิวซีแลนด์คือ การจัดทำเกณฑ์มาตรฐานด้านอาชีวศึกษาของประเทศ ซึ่งแต่เดิมมีจำนวนมากกว่า 600 เกณฑ์ และขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่  ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2011 ทั้งนี้ นิวซีแลนด์มีความต้องการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในความร่วมมือต่างๆ ในกรอบของประชาคมอาเซียนด้วย

5. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่ามีความรู้สึกพึงพอใจต่อข้อเสนอและแนวคิดต่างๆที่ฝ่ายนิวซีแลนด์นำเสนอ แต่เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องมีการหารือกันอีกมากเพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่จะต้องหาข้อสรุปให้ชัดเจน จึงขอเสนอให้มีการจัดประชุมหารือความร่วมมือทางการศึกษาไทย-นิวซีแลนด์ ครั้งที่ 2 เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินความร่วมมือให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหน่วยงานอื่นได้กล่าวแสดงความเห็นและข้อเสนอต่างๆ 
     5.1 ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแจ้งว่า สพฐ. ได้ริเริ่มโครงการ 2 โครงการที่อาจจะขอความร่วมมือทางทางนิวซีแลนด์คือ โครงการ World Class Standard School และ Education Hub โดยโครงการแรกนั้นต้องการความร่วมมือจากนิวซีแลนด์ในการจัดส่งครูมาสอนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพราะการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนโครงการที่ 2 นั้น ขณะนี้มีอยู่ 14 โรงเรียนที่จะสอนทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้นวิชาภาษาไทย  

     5.2 ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้กล่าวถึงโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากนิวซีแลนด์ ตลอดจนประเด็นที่ สกอ. กำลังดำเนินการเร่งรัดให้มีการจัดทำมาตรฐานการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพื่อรับรองวุฒิการศึกษาระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ เพื่อความสะดวกของนักเรียนนักศึกษา และโครงการ Student Mobility ภายใต้ UMAP


      5.3 ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวถึงโครงการส่งนักเรียนไปฝึกอบรมด้านเกษตรกรรมที่นิวซีแลนด์ ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากติดข้อบังคับด้านหลักสูตรในวิทยาลัยอาชีวศึกษาของนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ สอศ. ต้องการความร่วมมือในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนอาชีวศึกษา เนื่องจากนักเรียนอาชีวศึกษาส่วนมากมีความสามารถทางด้านทักษะ แต่ขาดความถนัดในการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสื่อสาร รวมทั้ง การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอาชีวศึกษาของไทยังอยู่ในระดับที่ไม่ได้มาตรฐานจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา โดยอาจจะขอความร่วมมือจากนิวซีแลนด์ในการจัดโครงการแลกเปลี่ยน ครู-นักเรียน ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น หรือมีการทำงานร่วมกันในรูปแบบ Counterpart เพื่อเรียนรู้ร่วมกัน

6. ที่ปรึกษาด้านการศึกษานิวซีแลนด์ฯ กล่าวว่าปัญหาด้านอาชีวศึกษานั้นเป็นเรื่องในเชิงนโยบายของนิวซีแลนด์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียด แต่จะรับข้อเสนอเรื่องการจัดประชุมคณะทำงานร่วมไทย-นิวซีแลนด์ ครั้งที่ 2 เพื่อเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงทางนิวซีแลนด์เพื่อพิจารณา ส่วนโครงการอื่นๆ นั้น ฝ่ายไทยอาจจัดทำเป็นเอกสารระบุถึงรายละเอียดความร่วมมือที่ต้องการแล้วส่งให้ทางสถานทูตนิวซีแลนด์ เพื่อที่ได้จัดหาความร่วมมือให้ได้ตามที่ต้องการ 

 

 

แหล่งที่มา สำนักความสัมพันธ์  
 
หน้า 183 จาก 300