...

ระดับความพึงพอใจ

1.ท่านได้รับข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์จากเว็บไซต์นี้

ระดับความพึงพอใจ

2.การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลข่าวสารบนหน้าเว็บไซต์ สะดวกต่อการค้นหา

ระดับความพึงพอใจ

3.การจัดรูปแบบหน้าจอ ได้แก่ รูปภาพ ตัวอักษรและสี มีความเหมาะสม

ระดับความพึงพอใจ

4.มีช่องทางการติดต่อสอบถามและให้ข้อเสนอแนะ

ระดับความพึงพอใจ

5.ความพึงพอใจโดยรวมในการใช้งานเว็บไซต์

 

การปฏิรูปการศึกษา
 
แสดงความคิดเห็นการปฏิรูปการศึกษา

 

รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.




มีนาคม 2017


อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
26 27 28 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31 1


 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวเพื่อประชาชน

 

bn001

การประชุมนานาชาติ
ว่าด้วยเมืองแห่งการเรียนรู้
( 14 ตุลาคม 2558)

การสอนภาษาอังกฤษ
ให้สามารถสื่อสารได้
( 1 ตุลาคม 2558 )

นโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"
( 8 กันยายน 2558 )

 

Readme

 

แนะนำ
 
เชิญร่วม facebook กับ สป.
ร้องเรียน
ร้องเรียน สป.
คู่มือกฏหมาย
อากรนำเข้า
e-office
จรรยาข้าราชการ
แผนเตรียมความพร้อม 2558 แผยภาวะฉุกเฉิน ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต
รายงานการไปราชการต่างประเทศ

icon2242559

 

ประชาสัมพันธ์
Teamwins
 

 

WebAcc


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1838
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้5200
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้16669
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว25285
mod_vvisit_counterเดือนนี้89607
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว56557
mod_vvisit_counterทั้งหมด1982084
ขณะนี้มี: ผู้เยี่ยมชม, 14 bots online
Your IP: 54.211.27.195
 , 
Today: มี.ค. 29, 2017
ข่าวสำนักงานปลัดส่วนกลาง
ศธ.ปล่อยขบวนคาราวานร่วมใจสู้ภัยหนาว
เขียนโดย Administrator
วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

ศธ.ปล่อยขบวนคาราวานร่วมใจสู้ภัยหนาว

 

 

 

นายชินวรณ์   บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในพิธีเปิดโครงการกระทรวงศึกษาธิการร่วมใจสู้ภัยหนาวบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ ว่า ขณะนี้ยังคงมีอากาศเย็นในหลายพื้นที่ ประกอบกับมีความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบน  ทำให้มีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่งผลให้หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาว จนมีการประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) ในพื้นที่ ๒๐  จังหวัด ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียน  นักศึกษา  ผู้ปกครอง ที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารที่ประสบภัยหนาวในภูมิภาคต่างกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรและหน่วยงานรวมทั้งข้าราชการในส่วนกลางได้ร่วมกันให้การช่วยเหลือรวบรวมสิ่งของต่างๆ จัดส่งให้แก่ผู้ประสบความเดือดร้อน แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือร่วมใจ ร่วมกันดำเนินการเพื่อช่วยอุดช่องว่างให้การช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่ที่มีผู้เดือดร้อน ทั้งยังเป็นการบูรณาการในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ  โดยใช้กลไกของทุกหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนให้ความช่วยเหลือกัน

 

กระทรวงศึกษาธิการจึงตระหนักถึงความร่วมมือร่วมใจที่จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนที่จะอยู่ในสภาวะยากลำบาก เพื่อให้ขวัญกำลังใจส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี   เป็นการกระตุ้นจิตสำนึกให้นักเรียนใฝ่ที่จะเรียนรู้ และสร้างความเข้มแข็งในจิตใจให้แก่นักเรียนและผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่   จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมใจสู้ภัยหนาวในครั้งนี้  จะได้นำพาความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ไปแจกจ่ายพร้อมกับสิ่งของต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับการสนับสนุนผ้าห่มจำนวน  ๔,๐๐๐ ผืน  จากบริษัทมหาชนจำกัด ทีมวัชร์คอนสตรัคชั่น และกลุ่มบริษัท คอสมิก แม็กนัม ทำให้มียอดผ้าห่มที่นำไปบริจาครวมทั้งสิ้น ๑๑,๖๐๐ ผืน เสื้อกันหนาว จำนวน ๔,๒๐๐ ตัว และเครื่องอุปโภคบริโภคอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ในการปล่อยขบวนคาราวานครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดเส้นทางเดินรถออกเป็น ๑๐ สาย ดังนี้

 

สายที่โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดพะเยา และเชียงราย

สายที่โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดหนองคาย

สายที่โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และขอนแก่น

สายที่โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และหนองบัวลำภู

สายที่โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดลำปาง ลำพูน และตาก

สายที่ ๖  โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน

สายที่โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดนครพนม และสกลนคร

 สายที่ ๘  โดยสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และพิษณุโลก

สายที่ ๙ โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดเลย

สายที่ ๑๐  โดยสำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา  ให้ความช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจ ร่วม “ส่งไออุ่น...ให้น้อง”ด้วยการบริจาคผ้าห่ม เสื้อกันหนาว ได้ที่สำนักกิจการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โทร.๐๒-๖๒๘-๖๔๐๐ และบริจาคเงินสบทุนได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงศึกษาธิการ ชื่อบัญชี “โครงการเสมาร่วมใจต้านภัยหนาว ศธ.”เลขที่ ๐-๕๙๐-๑๒๐๗-๐๐  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สายด่วน ๑๕๗๙

 

 

กลุ่มสารนิเทศ สป./ข่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
ศธ. ระดมสมองเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
เขียนโดย Administrator
วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

ศธ. ระดมสมองเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

 

 

 

นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นประธานและบรรยายพิเศษ เรื่อง“แผนปฏิบัติการ ๕ ปี ด้านการศึกษาของอาเซียน (๒๐๑๑ –๒๐๑๕)”ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ณ โรงแรมเอสดี อเวนิว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

ในการประชุมครั้งนี้นายสมบัติ  สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้กรอบหรือธงหลักของการจัดทำแผนด้านการศึกษาของอาเซียน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ว่าให้ยึด ๓ เสาหลัก ของการประชาคมอาเซียน คือ การเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ทั้งนี้เพื่อสร้างอาเซียนให้เป็นประชาคมแห่งความเอื้ออาทรและร่วมแบ่งปัน มีวิสัยทัศน์เดียวกัน มีอัตลักษณ์เดียวกัน และเป็นประชาคมเดียวกัน (One Vision, One Identity, One Community)

สำหรับในด้านการศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาชนไทยเพื่อรองรับก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ทั้งนี้จากการประชุม ๕ องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม โดยมีแทนองค์กรหลัก ผู้แทนกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ผู้อำนวยการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมได้มีมติกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษาของประเทศไทย ๕ นโยบาย ดังนี้

นโยบายที่ ๑ คือ การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเจตคติที่ดีเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมพร้อมของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยเน้นความร่วมมือ การสร้างความรู้และเจตคติที่ดีต่ออาเซียน

นโยบายที่ ๒ คือ การพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนให้มีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะและความชำนาญการที่สอดคล้องกับการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ เช่น ประเทศไทยก็ต้องมีการสร้างมาตรฐานด้านการศึกษาที่เทียบเท่ากับนานาชาติในอาเซียน โดยการจัดทำ Thailand Qualification Framework หรือ อย่างในส่วนของอาชีวะศึกษา ก็มีการจัดทำ Thailand Vocational Qualification (TVQ) เพื่อจัดระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพของไทย เป็นต้น

นโยบายที่ ๔ คือ การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเสรีการศึกษาในอาเซียนเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สำหรับนโยบายในข้อนี้ นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าควรพิจารณาที่กฎและระเบียบของเราให้มีความเอื้อต่อการเปิดเสรีทางการศึกษา

นโยบายที่ ๕ คือ การพัฒนาเยาวชนเพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งนายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้แนวทางว่าต้องเน้นการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการทำงานของเยาวชนไทยว่าควรจะพัฒนาในตรงจุดไหน และเอานโยบาย ๑ –๔ มาเป็นหลักในการพัฒนา โดยดูว่าเป้าหมายหลักคืออะไร และมีวิธีการอย่างไรที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น

 

 

 

กานต์ / ข่าว

ศุภชัย / ภาพ

 
การประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา สป.
เขียนโดย Administrator
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

การประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา สป.
 

 

 

 

นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายกมลรอดคล้าย รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2554-2556  จัดโดย กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร  สป.

 สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการขยายระยะเวลาของมาตรการระงับการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงาน รวมทั้งการขอจัดตั้งองค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในสังกัดฝ่ายบริหารไปจนถึง 30 กันยายน 2554  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการในการพิจารณาแผนยุทธศาสตร์ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำแผนพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาหน่วยงาน โดยมีสาระครอบคลุมการขอขยายหน่วยงานหรือจัดตั้งหน่วยงานใหม่ รวมทั้งการขอจัดตั้งองค์การมหาชนและหน่วยบริการรูปแบบพิเศษในภาพรวมของกระทรวง โดยแผนดังกล่าวต้องสะท้อนถึงบทบาทภารกิจ ระบบและกระบวนการทำงาน โครงสร้าง อัตรากำลังที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนภารกิจภาครัฐในปัจจุบัน

นายเฉลียวกล่าวในโอกาสนี้ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาวางแผนร่วมกันในการพัฒนาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการในอนาคต ซึ่งครอบคลุมบทบาท ภารกิจ โครงสร้างส่วนราชการ ระบบและกระบวนการทำงาน กรอบอัตรากำลัง โดยคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็น ความคุ้มค่าและความสำคัญที่จะต้องดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลและเพื่อให้มีเป็นข้อมูลให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจอย่างเป็นระบบในการบริหารจัดการโดยรวม

นายเฉลียวกล่าวอีกว่า ระบบการบริหารงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดจากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหาเพื่อมองไปถึงอนาคต และออกแบบรูปแบบโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกันในเชิงระบบ รวมถึงทบทวนกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ บทบาทภารกิจและโครงสร้าง สป. เพื่อให้ได้ทิศทางการพัฒนาในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก นำไปใช้ประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระทรวงศึกษาธิการต่อไป

การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระทรวงศึกษาธิการ 4 ขั้นตอน คือ 1. กำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ โดยการทบทวนภารกิจ กระทรวงศึกษาธิการ 2.กำหนดกรอบการบริหารจัดการ ให้บรรลุผลตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ การพัฒนา ศธ. 3.ออกแบบโครงสร้างของแต่ละส่วนราชการ (องค์กรหลัก) ในระยะ 3 ปี (2554-2556)  4. การนำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ศธ. เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และนำเสนอคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการ ศธ.ให้ความเห็นชอบ นำส่ง ก.พ.ร. ในวันที่ 31 มกราคม 2554 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

 

วาสนา / ข่าว

วิชัย / ภาพ

 


 

 
การประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เขียนโดย Administrator
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

การประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 

 

 

นายกมล รอดคล้าย รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดและบรรยายพิเศษโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ จัดโดยสำนักประสานงานและบูรณาการการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร

                นายกมล กล่าวว่าจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นและมีแนวโน้มไม่สามารถยุติโดยง่าย ทางรัฐบาลจึงได้แต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติ รวมทั้งเร่งรัดการปฏิบัติงานของส่วนราชการ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือทุพลภาพ จำนวนกว่า ๖,๐๐๐ คน เหตุการณ์ความไม่สงบส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายกมล กล่าวอีกว่าขณะนี้ ทุกฝ่ายต่างให้ข้อสรุปในเรื่องแนวทางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการศึกษา ซึ่งการศึกษาจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ จะทำให้คนมีความรู้ทำหน้าที่ให้คนรู้จักคิดวิเคราะห์สิ่งที่ถูกต้อง และกระทรวงศึกษามีหน้าที่ดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ โดยกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา 6 ข้อ คือ 1.ยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการศึกษา 2.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมศาสนาอิสลาม คือทุกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เรียนวิชาศาสนาตามที่ต้องการ 3.โรงเรียนเอกชนได้รับการดูแล ทั้งปอเนาะ ตาดีกา 4.การศึกษาเพื่อการมีอาชีพและการมีงานทำ ยกระดับให้มีอาชีพ โดยสามารถประกอบอาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ 5.การพัฒนาระบบบริหารจัดการ รวมถึงการตั้ง สช.จังหวัด สช.อำเภอ กศน.ประจำตำบล ให้เป็นศูนย์ไอทีสามารถติดต่อสื่อสารทุกด้าน ทั้งด้านข้อมูลและด้านการศึกษา 6.การศึกษาเพื่อความมั่นคง การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครู บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการเยียวยาเมื่อประสบปัญหาทั้งเรื่องเงินเดือน วิทยฐานะ การประเมินผลงาน

“เรื่องของการเยียวยาผู้ประสบภัย กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรทุนการศึกษารายปีต่อเนื่องแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงปริญญาตรี และการให้ความช่วยเหลือเยียวยารูปแบบการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในส่วนนักเรียน นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา การจัดระบบเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการจัดกระบวนการช่วยเหลือทั้งในรูปธรรมและนามธรรม เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบฯ ตลอดจนทายาทที่อยู่ข้างหลังบรรเทาความโศกเศร้า สูญเสีย และความทุกด้านจิตใจจากการสูญเสียบุคคลเป็นที่รักได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงการเสริมสร้างขวัญกำลังใจต่อผู้ได้รับผลกระทบฯ ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข”

 

 

วาสนา / ข่าว

กิตติกร / ภาพ

 

 

แหล่งที่มากลุ่มสารนิเทศ สอ.สป./วิชัย เทพกอม

 

 
การเปลี่ยนแปลงเพื่อความเป็นเลิศ:ซีมีโอและศูนย์ระดับภูมิภาค
เขียนโดย Administrator
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2010 เวลา 00:00 น.
PDF พิมพ์ อีเมล

การเปลี่ยนแปลงเพื่อความเป็นเลิศ:ซีมีโอและศูนย์ระดับภูมิภาค
 

 

ระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 2553 ดร.สมบัติ สุวรรณพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ในฐานะกรรมการบริหารของศูนย์ซีมีโอ อินโนเทค ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมนานาชาติ 12th SEAMEO INNOTECH International Conference ภายใต้หัวข้อเรื่อง SEA Change SEAMEO : Stretching the Organizational Possibilities of SEAMEO Centresศูนย์ซีมีโอ อินโนเทค ประเทศฟิลิปปินส์   การประชุมฯ ในลักษณะ Open Space ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประชุมได้ร่วมกำหนดวาระการประชุม และแสดงความคิดเห็นในหัวข้อสนทนาที่เป็นที่สนใจร่วมกัน อ่านต่อ

 



ที่มา : กลุ่มความร่วมมือต่างประเทศระดับภูมิภาค

 
หน้า 183 จาก 306