พรบ.กระทรวงอุดมฯยังไม่ตอบโจทย์ ปท.
เขียนโดย Administrator
วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2017 เวลา 17:17 น.
พิมพ์
Share

20 ตุลาคม 2560

 

          "หมอธี" ชี้จะตั้งกระทรวงการอุดมฯ ต้องตอบโจทย์ประเทศได้ เผย คกก.อิสระฯ หลายคนบอกร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษายังไม่ตอบโจทย์ อีกทั้งคณะอนุฯ เฉพาะกิจให้มี คกก.ที่กำกับการใช้งบเกี่ยวกับ ก.การอุดมศึกษา

          นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่กรรมการบางคนในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา และทำให้ต้องมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอุดมศึกษาใหม่ ว่า ตนทราบว่าคณะกรรมการอิสระฯ ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ซึ่งยังมีข้อถกเถียงกันอยู่และยังไม่ได้ข้อสรุป จึงขอให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษากลับมาพิจารณา ทั้งนี้ ยอมรับว่าเรื่องนี้มีหลายความคิดเห็น ตนเพิ่งได้รับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าตอบโจทย์ประเทศได้หรือไม่ แต่โดยส่วนตัวมีหลักการว่า การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าตั้งแล้วตอบโจทย์ประเทศได้จริงหรือไม่ มีความแตกต่างจากของเก่าอย่างไร ไม่ใช่ปฏิรูปเสร็จแล้วมีกระทรวงเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพอุดมศึกษายังเหมือนเดิม เท่าที่ตนทราบในขณะนี้ในคณะกรรมการอิสระฯ หลายคนบอกว่าเท่าที่ดูร่าง พ.ร.บ.ไม่เห็นตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ผู้รู้ก็ต้องชี้แจงให้ได้

          รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า จากการที่ได้หารือกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอแนะใหม่ๆ เช่น ให้มีคณะกรรมการที่กำกับการใช้งบประมาณเกี่ยวกับกระทรวงการอุดมศึกษา มีรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะยึดโยงกับทางภาครัฐ นอกจากนี้อยากให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของการจัดการอุดมศึกษาซึ่งเป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันอยู่ ทั้งนี้คงต้องให้คณะกรรมการอิสระฯ พิจารณาด้วยความเป็นอิสระจริงๆ 

          "เรื่องนี้ผมคงยังไม่มีอิทธิพลอะไร เพราะผมอยู่ฝ่ายนโยบายสุดท้าย ก็ต้องดูว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหน ส่วนเรื่องกรอบเวลาว่าจะเสนอร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาเมื่อใดนั้น เรื่องนี้ไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจน และนายกรัฐมนตรีไม่ได้บีบบังคับว่าต้องเสนอเมื่อไหร่ แต่ทุกคนทราบดีว่าถ้าจะเสนอก็ต้องภายใน 2 ปี อย่างไรก็ตาม นายกฯ และผมตามดูอยู่ห่างๆ โดยมีนโยบายชัดเจนว่าถ้าจะเสนออะไรมาก็ต้องปฏิบัติได้ และไม่เสนอสิ่งที่ต่างจากเดิมจนเป็นภาระทางการเงินของรัฐ" รมว.ศธ.กล่าว.

          ที่มา: www.thaipost.net