วิสัยทัศน์ สป. 2561 : การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

hom41 11 12 2561

          ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) ครั้งที่ 41 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ

          พิธีเปิดการประชุม วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00 น. โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอ ครั้งที่ 41 ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ที่ได้จัดการประชุมสำคัญ ครั้งนี้ และกล่าวถึงนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้มีการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการศึกษา อาทิ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเด็กปฐมวัยทั้งในสถานศึกษาของรัฐบาล เอกชน รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การจัดให้เรียนฟรี 15 ปี (อนุบาล - มัธยมศึกษาปีที่ 6) แก่เด็กทุกคนโดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือสถานะทางกฎหมาย การส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ให้แก่นักเรียนอาชีวศึกษาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านทักษะการทำงาน ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และการปฏิรูประบบพัฒนาครู โดยให้คูปองแก่ครูคนละ 10,000 บาท/ปี เพื่อสมัครเข้ารับการอบรมในหลักสูตรพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ เป็นต้น อ่านต่อ..

*****************************************************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
11 ธันวาคม 2561

 

teach edu

en- gem 2018 visual date infocus size 

ดร.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมอภิปราย ช่วงการประชุมระดับรัฐมนตรี หัวข้อ “Teachers and Educators in a Changing Landscape” ในระหว่างการประชุมด้านการศึกษาโลก ปี 2561 (2018 Global Education Meeting: GEM) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 โดยกล่าวถึงการดำเนินงานของประเทศไทยที่มุ่งตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โลกาภิวัตน์ และการเคลื่อนย้ายแรงงานผู้อพยพ ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เกิดความต้องการในการผลิตและพัฒนาครู รวมถึงนักการศึกษาที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อการดำเนินงานสู่การบรรลุผลการศึกษาอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม ทั้งนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ฯ ได้หยิบยกประเด็นสำคัญการดำเนินงาน ของไทย ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมนโยบายเรียนฟรี 15 ปี โดยครอบคลุมถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มด้อยโอกาส กลุ่มบกพร่องทางร่างกาย กลุ่มชาติพันธุ์ และชนกลุ่มน้อย การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ซึ่งเน้นการปฏิรูปครู โดยกำหนดให้รัฐมีโครงการระยะยาวในการผลิตและพัฒนาครู จัดระบบและวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถเรียนรู้ร่วมกัน พัฒนาสมรรถนะและพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสม โดยให้คำนึงถึงการปฏิบัติงานที่มีความยากลำบาก หรือการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยหรือห่างไกล ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างการพัฒนาครูโดยใช้โมเดลชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ซึ่งเป็นการเรียนรู้และทำงานร่วมกันแบบทีมของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา เพื่อการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งสู่คุณภาพและประสิทธิผลของผู้เรียนเป็นสำคัญ

46137388772 8181f129a3 k


          นอกจากนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ฯ ยังกล่าวถึงโครงการ “คูปองพัฒนาครู” (Teacher Training Coupons) เพื่อเปิดโอกาสให้ครูทั่วประเทศได้เลือกหลักสูตรฝึกอบรมตามความถนัดและขอบข่ายความสนใจของตนเองโดยให้เงินสนับสนุนรายหัว จำนวน 300 เหรียญสหรัฐต่อปี การปฏิรูปการผลิตและพัฒนาครูโดยมุ่งเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สามารถออกแบบหลักสูตรและวิธี การสอนใหม่ ๆ เชิงนวัตกรรมและเทคโนโลยี การบูรณาการสะเต็มศึกษาสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับปฐมวัย การใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ทางออนไลน์และการพัฒนากรอบหลักสูตรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล ทั้งนี้ ในตอนท้ายได้กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมให้ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อบรรลุวาระการศึกษา 2030
          อนึ่ง ในพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 (ช่วงบ่าย) HE.M. Queen Mathilde แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าประสงค์การศึกษาโลกและข้อพันธกิจด้านวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 มีผู้เข้าประชุมกว่า 300 คน ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้บริหารระดับสูงจากประเทศสมาชิกใน 6 กลุ่มภูมิภาค หัวหน้าหน่วยงาน/องค์การภายใต้สหประชาชาติ องค์การระดับภูมิภาค และผู้แทนเครือข่ายองค์กร หน่วยงานความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคและพหุภาคี องค์กรวิชาชีพครู ภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน มูลนิธิ รวมทั้งเยาวชน ซึ่งนอกจาก การอภิปรายในมิติการพัฒนาครูในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกแล้ว ยังมีการนำเสนอและอภิปราย ในหัวข้อที่เกี่ยวกับการลดความเหลื่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษาและสร้างความเสมอภาคอย่างทั่วถึง การพัฒนาคุณภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้อพยพและผู้ลี้ภัย การเสริมสร้างทักษะเพื่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนความท้าทายในการดำเนินงาน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย

DSC01124-01-01

 

DSC00523

 DSC01130 1-02

32287452158 7414994205 o

         ในท้ายที่สุดของการประชุม ฯ ได้ร่วมกันรับรอง Outcome Statement เพื่อประเทศสมาชิกและองค์กร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปปฏิบัติให้บรรลุผลตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 3 – 4 (เช้า) ธันวาคม 2561 ได้มีการประชุมระดับ High-Level Technical Meeting โดยในส่วนของผู้แทนไทยมี นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. และสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. เข้าร่วมการประชุมด้วย

 

 

 

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
6 ธันวาคม 2561

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

seameo 5 11 2561ศาสตราจารย์ ดร. Muhadjir Effendy รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในฐานะประธานสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) และคณะ รวม 11 คน ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2561 โดยนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ

seameo2 5 11 2561ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม ของสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้เดินทางไปเยี่ยมชมสำนักงานเลขาธิการซีมีโอเพื่อรับฟังบรรยายสรุปรายงานโครงการและกิจกรรมของสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ศูนย์ซีมีโอไรเฮด ศูนย์ซีมีโอสปาฟา เครือข่ายซีมีโอ ทรอปเมด รวมทั้งความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์ SEAMEO SEPS และศูนย์ SEAMEO STEM-ED ซึ่งจะจัดตั้ง ขึ้นในประเทศไทย หลังจากนั้นในช่วงบ่ายวันเดียวกันได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองก่อนเดินทางกลับกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

seameo1 5 11 2561

*******************************************

กลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
5 พฤศจิกายน 2561

seameo 41 3 12 2561          เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561 รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) ครั้งที่ 41 (41st SEAMEO High Officials Meeting) ณ ห้องบอลรูมโรงแรมอมารี วอเตอร์เกท

          รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาภายใต้ประเด็นสำคัญด้านการศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO Priority Areas) เช่น ประเด็นการดูแลและการศึกษาเด็กปฐมวัย ประเทศไทยได้มีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมาย ส่งผลให้เด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี ในประเทศไทยได้เข้าถึง
การดูแลและพัฒนาก่อนเข้าเรียนในระดับประถมศึกษามากขึ้น โดยในปี 2560 มีเด็กปฐมวัยเข้าถึงระบบการดูแล และการศึกษาปฐมวัยทั้งในโรงเรียนอนุบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีจำนวนมากถึงร้อยละ 118.5 และนโยบายนี้ยังส่งเสริมประเด็นการขจัดอุปสรรคการเข้าถึงการศึกษา โดยเด็กที่เปราะบาง เด็กไร้สัญชาติ เด็กพิการ และเด็กด้อยโอกาสอื่นๆ สามารถเข้าถึงการศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประเด็นการส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอบรมทางเทคนิคและอาชีวศึกษา ประเทศไทยได้ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนานักเรียนอาชีวศึกษาให้มีทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน สำหรับประเด็นการพัฒนาครู ประเทศไทยได้จัดให้มีโครงการ Boot Camps เพื่อพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของครู ตลอดจนพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นทั้งในชั้นเรียนและในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศด้วยหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้เกิด "ความมั่งคั่งและยั่งยืน" ของประเทศ โดยยืนยันที่จะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่สำคัญๆ องค์การซีมีโอ โดยเฉพาะการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมนวัตกรรมทางการศึกษา และประเด็นด้านการศึกษาที่สำคัญของซีมีโอทั้ง 7 ประเด็น เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
          Dr. Gatot Hari Priowirjanto ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ได้กล่าวถึงวาระสำคัญของ การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในครั้งนี้ ซึ่งเน้นการดำเนินงานที่ส่งเสริมประเด็นสำคัญด้านการศึกษาของซีมีโอทั้ง 7 ประเด็น ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการซีมีโอได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอว่าเป็นการประชุมพิจารณาและนำเสนอมติที่ประชุมเกี่ยวกับโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของซีมีโอ เพื่อนำเสนอต่อการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษา หรือสภาซีเมคให้ความเห็นชอบ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา องค์การซีมีโอได้ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าภาคภูมิใจในการดำเนินโครงการและกิจกรรมในหลายๆ โครงการ และองค์การซีมีโอจะยังคงดำเนินโครงการทางด้านนวัตกรรมกับหุ้นส่วนความร่วมมือ และประเทศสมาชิกซีมีโอ ประเทศและหน่วยงานที่เป็นสมาชิกสมทบ กระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอตลอดจนหุ้นส่วนระหว่างประเทศ ในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น
          ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ได้กล่าวถึงผลการประชุมวาระเฉพาะ (In - Camera Session) ซึ่งจัดขึ้นในวันแรกของการประชุม (วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561) โดยที่ประชุมได้มีมติรับรองวาระการประชุม 8 วาระ รวมทั้งรับทราบความก้าวหน้าของการจัดตั้งศูนย์ซีมีโอระดับภูมิภาคแห่งใหม่ ซึ่งจะจัดตั้งในประเทศไทย 2 แห่ง คือ ศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืน (SEAMEO Regional Centre for Sufficiency Economy Philosophy for Sustainability: SEAMEO SEPS) และศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for STEM Education: SEAMEO STEM-ED สำหรับการประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) จะมีการพิจารณาวาระการประชุมทั้งหมด 25 วาระ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานภายใต้ประเด็นการศึกษาที่สำคัญของซีมีโอ
ทั้ง 7 ประเด็น รวมทั้งจะมีการนำเสนอรายงานและข้อเสนอโครงการต่างๆ เช่น โครงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบเปิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA MOOCs) โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนอาชีวศึกษาและฝึกอบรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA-TVET Student Internship Exchange Programme) โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาครูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA-Teacher) โครงการดูแลทางโภชนาการและให้การศึกษาเด็กปฐมวัยของศูนย์ซีมีโอเรคฟอน (ECCNE-SEAMEO RECFON) เป็นต้น ในตอนท้ายผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ได้แสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่อาวุโสที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และขอขอบคุณ รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมในครั้งนี้
          การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 - 29 พฤศจิกายน 2561 โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดี และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการจากประเทศสมาชิกซีมีโอ ผู้แทนจากสมาชิกสมทบ และผู้แทนศูนย์ระดับภูมิภาคของ ซีมีโอ จำนวน 130 คน เข้าร่วมประชุมการประชุม โดยนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ สำหรับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ประเทศไทย

seameo1 41 3 12 2561***********************************************************

กลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

3 ธันวาคม 2561

asean 5 11 2561นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยร่วมกับผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 13 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 9 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาในกรอบสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 29 - 30 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรม Park Royal, Nay Pyi Daw สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

โดยในวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนงานการศึกษาของอาเซียน พ.ศ.​2559 – 2563 ตลอดจนความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน และร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายระหว่างกันระดับอุดมศึกษาด้วยการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพและการถ่ายโอนหน่วยการเรียน การสนับสนุนทุนการศึกษา การพัฒนาการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาให้พร้อมพัฒนาคนเพื่อ industrial 4.0 และ society 5.0 การจัดกิจกรรมภายใต้อาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น อาทิ การสำรวจสถิติเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น การจัดทำการเทียบเคียงหน่วยการเรียนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้าย การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และการประชาสัมพันธ์การดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นและสร้าง commitment ร่วมกันเพื่อให้มีการดำเนินการที่เข้มแข็ง และการเทียบเคียงคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบอ้างอิงคุณวุฒิอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้รับทราบการดำเนินงานของประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกับประเทศคู่เจรจาอาทิ การพัฒนามาตรฐานการฝึกอบรมในบริษัท (In-Company Trainers) ของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อพัฒนาทักษะพร้อมสำหรับเข้าสู่ตลาดแรงงาน การขยายขอบข่ายการดำเนินงานเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านโครงการ Southeast Asia Primary Learning Metrics (SEA-PLM) และการพิจารณาแนวทางการจัดตั้ง ASEAN TVET Development Council เป็นต้น

ในช่วงเช้าของวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ ๙ ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบการจัดทำแผนปฏิบัติการอาเซียนบวกสามด้านการศึกษา พ.ศ. 2561 – 2568 และรับรอง Guidelines on Transcripts and Supplemental Documents of Academic Records of Exchange Students ที่จัดทำโดย คณะทำงานเพื่อการเคลื่อนย้ายและการประกันคุณภาพของการอุดมศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม (Working Group on Student Mobility and Quality Assurance of Higher Education among ASEAN Plus Three Countries: APTWG) จากนั้น ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาในกรอบสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 5 โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นทางการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากผู้นำอาเซียนตาม Manila Plan of Action to Advance the Phnom Penh Declaration on the East Asia Summit Development Initiative 2018 – 2022) และข้อริเริ่มของออสเตรเลียในการจัดทำ EAS TVET Quality Assurance Framework (QAF)

ทั้งนี้ ในการประชุมข้างต้น ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แจ้งที่ประชุมถึงการดำเนินการของประเทศไทยและการเตรียมการเป็นเจ้าภาพการเป็นประธานอาเซียน ในปี 2562 ตลอดจนเชิญประเทศสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมที่ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการในกรอบความร่วมมืออาเซียน และอาเซียนบวกสาม ได้แก่ การจัดกิจกรรมตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น การแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมศึกษาอาเซียน การจัด education expo ระดับอุดมศึกษา และการจัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศสมาชิกาอาเซียนบวกสามเพื่อพัฒนาผู้เรียนระดับอาชีวศึกษาให้พร้อมสู่การเป็นแรงงานใน industrial 4.0 และ society 5.0

ต่อมา ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนได้เข้าร่วมประชุม ASEAN – Russia Working on Education (ARWGE) โดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมมือกันด้านการศึกษาและพิจารณาร่างขอบข่ายความร่วมมือ (Term of Reference: TOR) ด้านการศึกษาระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยรัสเซียได้เสนอให้มีการพิจารณาความร่วมมือในขอบข่ายของเทคโนโลยีอนาคต วิศวกรรมอวกาศ และนวัตกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนได้เห็นพ้องให้สำนักเลขาธิการอาเซียนพิจารณาปรับปรุงถ้อยคำในร่างขอบข่ายความร่วมมือก่อนและแจ้งเวียนให้ประเทศสมาชิกอาเซียนรับรองในโอกาสต่อไป

asean1 5 11 2561อนึ่ง การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม มีกำหนดจัดเป็นประจำทุกปี ในส่วนของการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาในกรอบสุดยอดเอเชียตะวันออก มีการจัดประชุมปีเว้นปีตามรอบการจัดประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน โดยในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 14 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 10 และในปี 2563 สาธารณรัฐฟิลิปปินส์จะรับมอบตำแหน่งรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนและได้กำหนดให้มีการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 11 ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563

*****************************

ข้อมูล/ภาพโดยสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
5 พฤศจิกายน 2561