วิสัยทัศน์ สป. 2562 : ผู้เรียนได้รับการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค และมีทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
 
     วันที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 09.30 น. ดร.วาทิต มีสนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเพิ่มความรัดกุมในการปฏิบัติมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และคำสั่งของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีจำนวนผู้ติดเชื่อไวรัสดังกล่าวเพิ่มขึ้นรายวัน  โดยมี รองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่ม และบุคลากรศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) พื้นที่ในค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
 
 
 
     โดย ดร. วาทิต มีสนุ่น ได้เน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนระมัดวังตนเอง รู้จักป้องกันตนเอง และบุคคลรอบตัว ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อยู่เสมอ มีแก้วน้ำ ภาชนะส่วนตัวสำหรับใช้รับประทานอาหาร งดใช้ภาชนะส่วนกลาง อีกทั้งขอให้บุคลากรวิเคราะห์ข่าวสาร หรือประกาศต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างถูกต้องชัดเจน อย่าตื่นตระหนก เพราะมีทั้งข่าวสารที่เป็นจริงและข่าวสารที่เป็นเท็จ สำหรับมาตรการหมุนเวียน สลับกันทำงานนั้น ในวันที่ข้าราชการรายใดนำงานไปปฏิบัติที่บ้าน (work from home) ให้มีการรายงานผลการปฏิบัติราชการเป็นรายวัน และเตรียมพร้อมรับคำสั่งปฏิบัติงานอยู่เสมอ
 
     ต่อจากนั้น เวลา 10.30 น. ดร.วาทิต มีสนุ่น พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่ม และบุคลากร ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันทำกิจกรรม Big Cleaning เช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในอาคารสำนักงาน โต๊ะทำงาน อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและปรับภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสำนักงานให้เป็นไปตามแนวทาง และมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคอีกทางหนึ่ง
 
 
 
 
 
 
 

250320opsPR010002

250320opsPR010001

     ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวประดินันท์ สดีวงศ์) ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ภายใต้การนำของ ดร.เธียนไท คำล้าน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 และ นายนิพนท์ นนธิ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 พร้อมด้วยคณะทำงานประกอบด้วย ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้อำนวยการกลุ่มและบุคลากรกลุ่มตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๔ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ผู้อำนวยการโรงเรียน ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ดำเนินการศึกษา วิจัย เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 จำนวน ๒ เรื่อง คือ ๑) การศึกษาความคิดเห็นต่อนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 10 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนที่มีต่อนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 10 คน และ ๒) การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๔ (๒) เพื่อสร้างและตรวจสอบความตรงระหว่างโมเดลเชิงสาเหตุคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๔ กับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ (๓) เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ผลจากการวิจัยในครั้งนี้ได้นำเสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อกว่า ๑๐ คน และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป

     ผู้สนใจสามารถดูเล่มเอกสารได้ที่นี่

Attachments:
FileDescriptionFile sizeCreatedLast modified
Download this file (ความคิดเห็นต่อนโยบายควบรวม_สพป.อบ.4(ฉบัยแก.pdf)ความคิดเห็นต่อนโยบายควบรวม_สพป.อบ.4(ฉบัยแก.pdf 5007 kB25-03-2020 16:1825-03-2020 16:20
Download this file (รายงานวิจัย สพป.อบ.4.pdf)รายงานวิจัย สพป.อบ.4.pdf 4884 kB25-03-2020 16:1825-03-2020 16:19

     เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 เวลา 09.30 น. นายวาทิต มีสนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธาน พร้อมด้วยนายมนูญ บุญชูวงศ์ ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนราธิวาส ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษา ตัวแทนภาคประชาสังคม ตัวแทนภาคเอกชน และศึกษานิเทศก์ เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาระดับจังหวัด คณะอนุกรรมการและคณะทำงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของจังหวัดนราธิวาส ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ณ ห้องประชุมบุหงาตันหยง  สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส

         ซึ่ง พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ได้เปิดโอกาสให้โรงเรียนนำร่อง และหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสามารถแสวงหาแนวทาง หรือ นวัตกรรม ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับผู้เรียน สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชน และพื้นที่ เพื่อสร้างกลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และคิดค้นพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมให้สามารถผลิต พัฒนากำลังคนที่มีประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศ

     
     วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 นายวาทิต มีสนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปบ.จชต.) ได้มอบนโยบายให้กลุ่มอำนวยการและประสานงานดำเนินการคัดกรองบุคลากร(ศปบ.จชต.) ก่อนปฏิบัติงาน และผู้ที่มาติดต่อราชการ เพื่อป้องกันการระบาด COVID-19 และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 กระทรวงศึกษาธิการ
  1) ให้บุคลากรทุกคน ติดป้ายแสดงตนตลอดเวลาปฏิบัติงาน สำหรับผู้เข้ามาติดต่อราชการต้องแลกบัตรประจำตัวประชาชน   หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ทุกครั้ง
(2)ให้ข้าราชการที่เข้ารับการอบรมตามโครงการอบรมพัฒนาข้าราชการครูบรรจุใหม่ หลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 96 คน เมื่อวันที่ 5- 14 มีนาคม 2563 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบและปฏิบัติงานในช่วงวันดังกล่าว หยุดปฏิบัติราชการและเฝ้าระวังตนเอง เป็นเวลา 14 วัน และรายงานอาการให้ผู้บังคับบัญชาชั้นตันทราบ
(3) มอบงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้านตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ต
(4) ให้ทุกหน่วยงานจัดตั้งจุดคัดกรอง และเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิทางร่างกาย ในทุกทางเข้า-ออกของอาคาร โดยทำการตรวจวัดอุณหภูมิทางร่างกาย ทุกคน ทุกครั้งที่เข้า-ออกอาคาร หากพบว่ามีไข้สูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเชียส ให้กลับบ้านเพื่อเฝ้าระวังตนเอง เป็นเวลา 14 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา และปฏิบัติตนตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรายงานอาการ ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
(5) ให้ทุกหน่วยงาน ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีคุณภาพ และทำความสะอาดพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทุก 30 วัน
(6) จัดให้มีแอลกอฮอล์เจล ทุกจุดเข้าออกอาคาร ห้องประชุม สำนักงาน สถานที่ปฏิบัติงาน หน้าลิฟท์ ฯลฯ
(7) การจัดประชุม อบรม สัมมนา ให้ใส่หน้ากากอนามัย และจัดให้นั่งห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร รวมทั้งให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด 
 
 

      วันที่ 18 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดร.นวลพรรณ วรรณสุธี รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำคณะบุคลากรผู้รับผิดชอบงานเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศเพื่อความมั่นคง เข้าหารือแนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบุคลากรศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสวงหาข้อตกลงร่วมกันในการดูแล และอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันมีนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นิยมเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว และทุนสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงเล็งเห็นว่าควรมีมาตรการช่วยเหลือ ดูแล และอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษากลุ่มนี้ เพื่อให้สำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และสามารถประกอบอาชีพได้ในอนาคต

      โดยการเข้าพบผู้บริหารของ ศอ.บต.ในครั้งนี้ ดร.นวลพรรณ วรรณสุธี และคณะ ได้หารือและแสวงหาข้อตกลงถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

     1. การร่วมจัดทำข้อมูลสารสนเทศของนักเรียน นักศึกษาไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปศึกษาต่อในต่างประเทศทั้งในระบบและนอกระบบ
     2. แนวทางและมาตรการดูแล ช่วยเหลือ ติดตาม นักเรียน นักศึกษาไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ความเชื่อมั่นระหว่างนักเรียน-นักศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ
     3. การร่วมแนะแนวการศึกษาต่อและการปฐมนิเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ในข้อมูลของสถาบันการศึกษาหรือสาขาวิชาที่ได้รับการรับรอง รวมทั้งการเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสังคมและการปฏิบัติตนก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ
     4. การเทียบโอนวุฒิการศึกษาของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ
     5. แนวทางในการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันทั้งสองหน่วยงาน

     ทั้งนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานการศึกษาที่บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาหารือแนวทางความร่วมมือในประเด็นด้านการศึกษาดังกล่าว และทาง ศอ.บต. พร้อมร่วมดำเนินการในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ 1. การเทียบวุฒิการศึกษาและการเทียบระดับชั้นด้านศาสนาของผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ  2. การร่วมติดตาม ช่วยเหลือ และดูแลนักเรียน นักศึกษาไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ และ 3. การจัดการศึกษาแบบควบคู่ทั้งด้านศาสนาและสามัญศึกษาในต่างประเทศ โดยทั้งสองหน่วยงานจะต้องหาแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป