วิสัยทัศน์ สป. 2562 : ผู้เรียนได้รับการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค และมีทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

seameo112

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยบันทึกความตกลงในการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for Sufficiency Economy Philosophy for Sustainability) หรือSEAMEO SEPS และศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for STEM Education) หรือ SEAMEO STEM-ED และ ดร. เอเทล แอ็คเนส ปาสกวา วาเลนซุเอลา (Dr. Ethel Agnes Pascua-Valenzuela) ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ เป็นผู้ลงนามฝ่ายซีมีโอ เมื่อวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562  เวลา 13.00 น.

 

บันทึกความตกลงในการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ และศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอที่ประเทศไทย มีสาระสำคัญเพื่อใช้เป็นหนังสือสัญญาความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือซีมีโอ

 

กระทรวงศึกษาธิการได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีมีโอที่ประเทศไทย จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ 1) ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ หรือ SEAMEO SEPS โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษาวิจัย และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยส่งเสริมการประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติตามบริบทของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันจะนำไปสู่การบรรลุซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค และเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ และ 2) ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ หรือ SEAMEO STEM-ED โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านสะเต็มศึกษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นศูนย์กลางในการแสวงหาความร่วมมือด้านสะเต็มศึกษากับหน่วยงานและองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

8 พฤษภาคม 2562

 

rrebrunei

Deputy Minister of Education of Brunei received courtesy call from Deputy Minister of Education of Thailand Monday, 29 April 2019 - Yang Mulia Datin Seri Paduka Dr. Hajah Romaizah binti Haji Mohd Salleh, Deputy Minister of Education of Brunei received courtesy call from Lieutenant General Surachet Chaiwong, Deputy Minister of Education of Thailand. The event takes place at the Deputy Minister Office, Ministry of Education, Old Airport, Berakas.

 

ระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน 2562 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์  ได้เดินทางไปเยือนบรูไนดารุสซาลามโดยได้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญ ดังนี้

1. การเข้าพบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการบรูไน (Yang Mulia Datin Seri Paduka Dr. Hajah Romaizah binti Haji Mohd Salleh) ได้มีการสนทนาหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านการศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยได้กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการบรูไน ที่ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนฝ่ายไทย อย่างอบอุ่น และจากการที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ด้านการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ทำให้ความร่วมมือดำเนินไปด้วยดี และขณะนี้ได้ทราบว่าฝ่ายบรูไนประสงค์จะขอปรับปรุง MOU ดังกล่าว ให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันซึ่งฝ่ายไทยไม่มีข้อขัดข้อง โดยหากการปรับปรุง MOU ฉบับใหม่ดำเนินการได้เรียบร้อยจะถือเป็นผลสำเร็จของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับบรูไน ที่จะบรรจุอยู่ในการประชุม Joint Commission on Bilateral Meeting  (JCBM) ซึ่งฝ่ายบรูไนจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ นอกจากนี้ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการอาชีวศึกษาโดยในช่วงที่ผ่านมาได้จัดส่งนักศึกษามาฝึกงานด้านอู่ต่อเรือที่ประเทศบรูไน ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและฝ่ายไทยปรารถนาที่จะให้มีการฝึกงาน ของนักศึกษาอาชีวะในโอกาสต่อไป พร้อมกันนี้ได้สอบถามความสนใจของฝ่ายบรูไนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งฝ่ายบรูไนแจ้งว่า มีความสนใจด้านการเกษตรกรรมของไทย และมีกำหนดที่จะส่งคณะผู้แทนมาหารือกับฝ่ายไทยในเดือนมิถุนายนศกนี้       ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกับบรูไนในเรื่องดังกล่าว โดยจะมอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาเตรียมการต่อไป พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) แจ้งให้ฝ่ายบรูไนทราบว่า ปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลที่กระทรวงศึกษาธิการจะจัดงานชุมนุมลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2562 ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จึงมีความประสงค์จะเชิญลูกเสือจากบรูในเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งในเรื่องนี้ฝ่ายบรูไนแจ้งว่าจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป

2. การพบปะหารือกับเอกอัครราชทูต ณ กรุงบันดาร์เสรี เบกาวัน (นางสาววันทนีย์ วิพุธวงศ์สกุล) ได้มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์โดยรวม ความร่วมมือทางการศึกษา และข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียนไทยที่มาศึกษาต่อในบรูไน ซึ่งเอกอัครราชทูตแจ้งว่าปัจจุบันมีนักเรียนไทยเข้ามาศึกษาอยู่ประมาณ 70 คน มีทั้งผู้ที่มาโดยทุนส่วนตัว ทุนของรัฐบาลบรูไนฯ และนักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย  ในโอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งให้เอกอัครราชทูตทราบถึงโครงการจัดงานชุมนุมลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์เฉลิมพระเกียรติฯ    ซึ่งฝ่ายไทยได้เชิญลูกเสือจากหลายชาติมาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว รวมทั้งการเชิญลูกเสือจากบรูใน พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ช่วยประสานงานในเรื่องดังกล่าวกับฝ่ายบรูไนด้วย

3 .การพบปะกับผู้แทนนักเรียนไทยที่เดินทางเข้ามาศึกษาอยู่ในบรูไนฯ  โดยมีตัวแทนนักเรียนที่มาพบกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ และปัญหาข้อขัดข้องในการศึกษา จำนวน 3 คน ได้แก่ 1. น.ส.รุสลีณีย์ ลาเตะ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย  KUPU SB ระดับปริญญาตรี ปีที่ 4 คณะ Usuluddin (ศาสนศึกษา) 2. นายอับดุลเลาะห์ อาลี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Unissa ระดับปริญญาโท ปีที่ 2 คณะ Sahariah (กฏหมายอิสลาม) 3. น.ส.นิดาลีลา ระเด่นอาหมัด นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย UBD ระดับปริญญาเอก ปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมเคมี

bru 5

bru 7

 

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

30 เมษายน 2562

 

 

 

 

 

 

timor leste 27 5 2562เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 เวลา 16.00 น. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาของติมอร์-เลสเต (นายซัวเอา ซาคาเรียช ไฟรย์ตัช โชอาเรช) ได้ให้การต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) และคณะผู้แทนไทยในโอกาสเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐติมอร์-เลสเต อย่างเป็นทางการ
timor leste1 27 5 2562                     ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาของติมอร์-เลสเต ได้กล่าวแสดงความชื่นชมระบบการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งมีการพัฒนาการศึกษาอย่างยาวนาน และได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือในการพัฒนาการศึกษาของประเทศในเอเชีวตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งติมอร์-เลสเต อย่างต่อเนื่อง สำหรับการศึกษาของติมอร์-เลสเต รัฐบาลมีนโยบายที่จะเน้นการพัฒนาการศึกษาอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่

                    1. เรื่องการอาชีวศึกษา
                    2. เรื่องการปรับหลักสูตรในระดับมัธยมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
                    3. เรื่องการพัฒนาครู ซึ่งจะเน้นทั้งทางด้านเทคนิคการสอนและทฤษฎีต่างๆ
 
                    พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา ได้กล่าวแสดงความประทับใจประเทศติมอร์-เลสเต โดยได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาเยือนติมอร์-เลสเตเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่สมัยที่ยังรับราชการทหารอยู่ แต่ในขณะนั้นสามารถทำได้เพียงการมีส่วนร่วมในการคัดเลือกทหารไทยและ การเตรียมความพร้อมให้กับเหล่าทหารก่อนที่จะมาประจำการในติมอร์-เลสเต สำหรับการมาในครั้งนี้ได้มา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และยินดีที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาการศึกษาของไทยให้กับติมอร์-เลสเต ซึ่งประเด็นทั้ง 3 เรื่องที่ฝ่ายติมอร์-เลสเต ได้กล่าวถึง ประเทศไทยมีความยินดีเป็นอย่างมากที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือ และขอแจ้งให้ทราบว่าภายใต้การบริหารงานของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการอาชีวศึกษา ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้มีความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อจัดการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน โดยมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอาชีวศึกษาและการฝึกปฏิบัติงาน ในสถานประกอบการ เพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสกับการฝึกปฏิบัติในชีวิตจริง
  

                            นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการศึกษาให้กับเด็กที่พลาดโอกาส และตกหล่นจากระบบการศึกษาเพื่อกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผลจากการสำรวจพบว่ามีนักเรียนที่มีอายุในวัยเรียนระหว่าง 3 - 18 ปี ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาจำนวนประมาณ 2 ล้านคน และภายหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อได้จัดเข้าไปสู่ระบบ ทำให้มีเด็กถึงจำนวน 40,000 คน สามารถเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาได้จนเป็นที่ชื่นชมของ UNESCO และสนับสนุนให้ประเทศไทยแบ่งปันประสบการณ์จากผลสำเร็จครั้งนี้ให้กับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะได้นำเสนอในรายงานของที่ประชุมอาเซียนในปีนี้

                    จากการพบปะหารือระหว่างรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาของไทยและติมอร์-เลสเต ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านการศึกษาของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งประเด็นต่างๆ ที่ได้หารือจะมีการสานต่อให้เป็นรูปธรรม ด้วยการเร่งจัดทำบันทึกความตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยขณะนี้ ฝ่ายติมอร์-เลสเตกำลังพิจารณาร่างบันทึกความตกลงดังกล่าวและทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินการให้มีการลงนามในบันทึกความตกลงด้านการศึกษาโดยเร็ว

timor leste2 27 5 2562                    นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาของไทย (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) ยังได้เรียนเชิญ กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาของติมอร์-เลสเต ให้ส่งลูกเสือเข้าร่วมในงานชุมนุมลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “ลูกเสือจิตอาสาทำความดี รวมใจภักดี เทิดไท้องค์ราชัน” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน 2562 ที่จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการของติมอร์-เลสเตได้ตอบรับที่จะพิจารณาจัดส่งคณะลูกเสือจากติมอร์-เลสเต เข้าร่วมในโอกาสดังกล่าว

**************************************************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
25 เมษายน 2562

DSC 1

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนในประเทศติมอร์-เลสเต เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562  จำนวน 4 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนระดับอาชีวศึกษา 2 แห่ง ดังนี้

 DSC 2

1 Eskola Sekundario Tecniko Kejuruan Becora (ETV)โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนระดับอาชีวศึกษาในระดับ ปวช. มีนักเรียนประมาณ 700 คน ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1946 โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งในช่วงแรกครูผู้สอนทั้งหมดจะเป็นชาวอินโดนีเซีย แต่ภายหลังเมื่อติมอร์-เลสเตได้รับอิสรภาพในปี 1999 ทำให้จำเป็นต้องเปิดครับสมัครครู และต่อมาในปี 2014 โรงเรียนได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเกาหลีในการสร้างอาคารและสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน ทำให้สามารถเปิดห้อง lab ได้จำนวน 4 ห้อง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรงเรียนยังมีปัญหาในเรื่องของการบำรุงรักษาอาคารสถานที่ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน และการพัฒนาศักยภาพครู 

DSC 33-tile

2. โรงเรียน Eskola Sekundario 28 de Novembro Becora เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนในระดับ ปวช. มีนักเรียนประมาณ 500 คน เดิมเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนในสายสามัญแต่เพิ่งกลับมาเปิดสอนระดับ ปวช. ในปี ค.ศ.2016 ซึ่งปัญหาสำคัญของโรงเรียนคือ (1) การขาดวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอน (2) ขาดเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนการสอนและ (3) ขาดครูที่มีความรู้ความชำนาญในสาขาที่โรงเรียนเปิดสอน ทั้งนี้ โรงเรียนโรงเรียนมีความประสงค์ที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในเรื่องการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครู โครงการแลกเปลี่ยนครูและนักเรียน รวมทั้งการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติของนักเรียน 

DSC 55-tile

3. โรงเรียน EBC Hera เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนในระดับประถมและมัธยมต้นซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพ ฯ ในเรื่องอาหารกลางวัน โดยได้สนับสนุนให้โรงเรียนทำการเพาะปลูกและเลี้ยงปลา เพื่อให้นักเรียนได้บริโภคเป็นอาหารกลางวัน

 

DSC 77-tile

 4. โรงเรียน EBF Acanuno เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนระดับประถมศึกษาและเป็นโรงเรียนที่อยู่ในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ เน้นเรื่องการส่งเสริมให้ทำการเกษตรในโรงเรียน และมีครูในโรงเรียนได้รับพระราชทานทุนให้ไปเข้ารับการอบรมที่ประเทศไทย

 

 

 

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
26 เมษายน  2562

 

 

 

Asean1

 

นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อเข้าพบและหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านอาเซียนของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562

 

เวลา 14.30 น. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้พบกับ H.E. Morten Hoglund เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำอาเซียน และหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ณ สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวฝ่ายนอร์เวย์ได้แสดงความสนใจที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ Advocacy, Communication and Knowledge Sharing for the Promotion of Inclusive Education and Out-of-School Children and Youth in ASEAN อันมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการประเด็นเรื่องเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ตลอดจนสร้างช่องทางการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมในการจัดการประเด็นนี้ร่วมกันในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

 

Asean2

 

ต่อมา ในช่วงเวลา 16.30 น. ได้เดินทางเยือนสำนักเลขาธิการอาเซียน และร่วมหารือกับผู้แทนสำนักการศึกษา เยาวชน และการกีฬา (Education, Youth and Sports Division) ถึงการดำเนินงานในช่วงที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน อาทิ การประชุมเพื่อจัดทำเอกสารผลลัพธ์การเป็นประธานอาเซียนของกระทรวงศึกษาธิการไทย การประชุมอาเซียนว่าด้วยเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น การจัดกิจกรรมภายใต้แผนงานการศึกษาอาเซียนบวกสาม เป็นต้น  

 

 

จากนั้น ในช่วงเย็นวันเดียวกัน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือกับนางสาว ภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียนถึงการดำเนินงานในช่วงการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทย กิจกรรมของกระทรวงศึกษาธิการในช่วงปีดังกล่าว และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของภูมิภาคต่อไป

 

Asean3

 

 

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

17 เมษายน 2562