วิสัยทัศน์ สป. 2561 : การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดให้มีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและอุปสรรคการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาเด็กปฐมวัย(อนุบาล  1-3)  ระหว่างวันที่  9-10  พฤษภาคม  2561  โดยมี  ผู้ตรวจราชการ

page110525611 resize
กระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวดุริยา  อมตวิวัฒน์)  เป็นประธานในการประชุม  ในการนี้หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และแผนศธ.  สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  (นางวิชิตา  สมบูรณ์)  ได้ให้การตอนรับและกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความก้าวหน้า/พร้อมรับฟังปัญหา/อุปสรรคของการดำเนินงาน  รวมทั้งการระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน  ซึ่งได้เชิญบุคลากรจาก  สำนักงานศึกษาธิการภาค  และสำนักศึกษาธิการจังหวัด  เพื่อหารือถึงความก้าวหน้าการดำเนินงาน  สภาพปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานในระดับพื้นที่  และสร้างความเข้าใจในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเด็กปฐมวัยและจัดทำแผนที่สถานศึกษาที่จัดการศึกษาปฐมวัย  พร้อมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยเชิงบูรณาการระดับจังหวัด  โดยในระดับพื้นที่เองก็มีการแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินโครงการ/จัดประชุมคณะทำงาน/สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริหาร  ครู  บุคลากร  และหน่วยงานต่างๆ เช่น(สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด  สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  สำนักงานสาธารณสุข  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และสถานศึกษาสังกัดต่างๆในพื้นที่ )  รวมทั้งมีการจัดเวทีเสวนา  แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น  การบรรยายให้ความรู้ด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
page110525612 resize
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เชิญวิทยากรจาก  องค์การ Unicefและวิทยากรจาก ศูนย์เทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร  มาบรรยายเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล/จัดทำเครื่องมือ/จัดการวางแผนในการติดตามผลการดำเนินงานให้  ศธภ.และ  ศธจใช้ในการติดตามผลการดำเนินงานและอุปสรรคการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาเด็กปฐมวัย(อนุบาล  1-3)โดยในหลายจังหวัดได้ติดตามผลการดำเนินงานไปบ้างแล้ว  จึงมีการรายงานผลการดำเนินงาน(ไตรมาสที่ 2)เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: กลุ่มสารนิเทศ สอ กลุ่มสารนิเทศ สอ

 

cutSss  13246590

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางวัฒนาพร ระงับทุกข์) และคณะได้ประชุมติดตามและประเมินผลนักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 3 – 4 ณ โรงแรม Vienna House Easy Braunschweig เมืองบราวน์ชไวก์ (Braunschweig) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนทุน ฯ ทุกคนที่ได้รับโอกาสได้รับทุนมาศึกษาต่อ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี นับว่าเป็นประโยชน์ต่อไปประเทศไทยในอนาคตที่ต้องการบุคลากรเพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0 จึงขอให้นักเรียนทุนที่กำลังศึกษาและผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในปีนี้ได้นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและกลับไปพัฒนาประเทศโดยเฉพาะในท้องถิ่นของตนเอง

S  13246591

รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้นักเรียนทุนทุกคนปฏิบัติตามสัญญาการรับทุนอย่างเคร่งครัด สำหรับการประกอบอาชีพภายหลังสำเร็จการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือแจ้งผลการศึกษาของนักเรียนทุน ฯ ไปยังส่วนราชการในสังกัดทั้งส่วนกลาง และภูมิภาครวมทั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดในภูมิลำเนาของนักเรียนทุน ฯ เพื่อขอให้พิจารณาการจ้างงานอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนในภาคเอกชนนั้นก็จะมีตำแหน่งงานรองรับเพิ่มมากขึ้นจากอุตสาหกรรมใหม่ (New S Curve) โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ในส่วนของผู้ที่ประสงค์จะเป็นครูจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หากจะสอนในมหาวิทยาลัยก็ต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ซึ่งนักเรียนทุน ฯ มีข้อได้เปรียบเรื่องภาษาอยู่แล้ว จึงขอให้นักเรียนทุนมีการวางแผนที่ดีเพื่อการมีงานทำที่มั่นคงในอนาคต ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวเน้นย้ำประเด็นการเข้ารับราชการของนักเรียนทุน ฯ และขอบคุณสำนักงาน ก.พ. ที่ได้ปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเพื่อบรรจุนักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ได้มีโอกาสเข้ารับราชการมากขึ้น โดยยกเว้น การสอบภาค ก. รวมทั้งไม่กำหนดผลการศึกษาเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร
ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 3 และ 4 ที่ศึกษาในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีจำนวน 74 ราย (รุ่นที่ 3 จำนวน 62 คน รุ่นที่ 4 จำนวน 12 ราย) โดยหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่เยอรมนีใช้ระยะเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งน้อยกว่าหลักสูตรปริญญาตรีของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ โดยปี 2561 จะมีนักเรียนรุ่นที่ 3 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี จำนวน 64 ราย และจะทยอยสำเร็จการศึกษาภายในปี 2562 จำนวน 5 ราย สำหรับกลุ่มสาขาวิชาที่นักเรียนทุนฯ เลือกศึกษามากที่สุดในเยอรมัน คือ กลุ่มวิศวกรรม รองลงมาคือ กลุ่มวิทยาศาสตร์ และกลุ่มบริหารจัดการ เป็นต้น

S  13246592

 

 

 

 

 แหล่งที่มา : 

แหล่งที่มา : สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ.

       นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการจัดการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ รอบชิงชนะเลิศ ในหัวข้อ Great artists have no countryเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ๒๕๖๑ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ

       ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ และบริติชเคานซิล ประเทศไทยจัดขึ้นเพื่อคัดเลือกนักเรียนนักศึกษา จำนวน ๑ คน เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรโดยมีท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล นางสาวนงศิลินีโมสิกะ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

       คุณพรเสกและดร.ลาลีวรรณกาญจนจารี ประธานและนายกสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ Mr.Peter Shulerที่ปรึกษาสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ คณะกรรมการ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้

สำหรับโครงการฝึกอบรมเยาวชนไทยให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และความมั่นใจในการพูดต่อหน้าสาธารณชนและส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยการแข่งขันฯ จะคัดเลือกเด็กและเยาวชนไทย อายุระหว่าง ๑๖ – ๒๐ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมปลายและอุดมศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งในการแข่งรอบรองชนะเลิศมีนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมแข่งขันจำนวน ๖๕ คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๘ สถาบัน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ๒๗ สถาบัน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๕ สถาบัน และจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ๙ สถาบัน ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศนี้ มีนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศมีจำนวนทั้งสิ้น
๑o คนประกอบด้วย

1 นางสาวบุญญวาสน์ มันตานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2 นายธนดล ตันติวิท โรงเรียนนานาชาติบริติช ภูเก็ต

3 นางสาวกานดา ทองสิริ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา

4 นายภัคพล ใจจ้อง โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

5 นางสาวอภิชญา วิวัฒน์ภัทรกุล โรงเรียนสาธิตบางนา

6 นางสาวชนม์นิภา บรรณจิรกุล โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพา

7นางสาวขชล นริศรานุกุล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

8 นางสาวธัญภัทร์ ชัยเสรี โรงเรียนสิตมหาวิทยาลัยศรีนครรินทร์ทรวิโรฒปทุมวัน

9 นายยุทธพงศ์ ชีหมื่อ โรงเรียนดำรงราษฏร์สังเคราะห์

10 นางสาวรินรดา สากิยลักษณ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

โดยผู้ที่ชนะการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ คือ นายธนดล ตันติวิทโรงเรียนนานาชาติบริติช ภูเก็ต ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ และ ๒ คือ นางสาวบุญญวาสน์ มันตานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นางสาวอภิชญา วิวัฒน์ภัทรกุลโรงเรียนสาธิตบางนา ทั้งนี้ ผู้ที่ชนะการแข่งขันจะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรต่อไป

 

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป/กิตติกร แซ่หมู่

 

       Dr. Wattanaporn Ra-Ngubtook, the Deputy Permanent Secretary of Education discussed educational cooperation with the Secretary-General of the Office of the Vocational Education Commission and the Gussing group from the Republic of Austria.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 เวลา 09.90 น. ณ กระทรวงศึกษาธิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางวัฒนาพร ระงับทุกข์) หารือกับอธิบดีกรมอาชีวศึกษาและคณะจากสาธารณรัฐออสเตรีย เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษา
      ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต้อนรับคณะ และย้ำถึงความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและสาธารณรัฐออสเตรียที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษา โดยเฉพาะด้านอาชีวศึกษา และแจ้งว่า บริษัท Gussing Renewable Energy (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Güssing สาธารณรัฐออสเตรีย มีความประสงค์จะดำเนินความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารับไปดำเนินการต่อไป โดยอาจขยายความร่วมมือไปยังสถาบันการศึกษาอื่นๆ ด้วย
ในการนี้ ฝ่ายออสเตรียกล่าวขอบคุณที่ให้การต้อนรับ และกล่าวถึงความโดดเด่นของการอาชีวศึกษาของสาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งมีผู้เรียนประมาณร้อยละ 80 เลือกเรียนในสายอาชีวศึกษา พร้อมทั้ง กล่าวถึงความสำเร็จของวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นรากฐานของความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างทั้งสองประเทศ และคาดว่าจะมีการขยายความร่วมมือในการดำเนินโครงการต่างๆ มากขึ้น ซึ่งภาคเอกชนของสาธารณรัฐออสเตรีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมระบบราง ยินดีที่จะดำเนินโครงการการอบรม การแลกเปลี่ยนบุคลากรและการฝึกงานของนักเรียนไทยในบริษัทของสาธารณรัฐออสเตรีย
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา (นายทรงศัก สายเชื้อ) ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดทำบันทึกความเข้าใจในกรอบความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับสาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมเนื้อหา โดยอาจเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับกลไกการทำงานร่วมกัน ความร่วมมือด้านการพัฒนาหลักสูตร และความร่วมมือในลักษณะโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง

 

 


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

 

      นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันศุกร์ ที่ 30 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุม และศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

 

 

       กำหนดแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา

       นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายหลังศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำสั่งทุเลาการบังคับ ตามข้อ 10 และข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว 24/2560

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ เป็นการเฉพาะ เพื่อใช้ย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาครั้งใหม่ให้รัดกุม โดยไม่ให้กระทบกับคำสั่งศาล และให้ยึดหลักการตามคำสั่งศาลปกครองที่ให้สามารถพิจารณาการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการบริหารงานของรัฐได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ด้วยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือกับฝ่ายกฎหมายอย่างกว้างขวาง และพิจารณาเห็นว่าหากรออุทธรณ์เพียงอย่างเดียว การบริหารงานอาจเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาล จึงมีมติให้ออกหลักเกณฑ์การย้ายใหม่ด้วยความรัดกุม เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ ว9 และไม่ส่งผลกระทบกับข้อ 10 หรือข้อ 11 ของ ว24/2560 ซึ่งมีตำแหน่งรอการบรรจุอยู่จำนวนมาก โดยคาดว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จภายในช่วงปิดเทอมนี้ ส่วนผู้ที่มีสิทธิ์ตาม ว24/2560 หลังศาลมีคำสั่งก็ต้องพักไว้ก่อน แต่เมื่อหลักเกณฑ์ใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วและมีคุณสมบัติครบ ก็สามารถยื่นขอย้ายตามหลักเกณฑ์ใหม่ได้

      เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ การขอใช้บัญชีสอบตำแหน่งศึกษานิเทศก์

     ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีหนึ่งไปขึ้นเป็นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีอื่น ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยการตกลงยินยอมของ กศจ. เจ้าของบัญชี และ กศจ. ที่ขอรายชื่อผู้ได้การคัดเลือก

การขอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ดำเนินการตามลำดับและขั้นตอน ดังนี้
1) ให้ขอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชี ของ กศจ. ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน
2) หากไม่มี ให้ขอจาก กศจ. ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสำนักงานศึกษาธิการภาคอื่น
3) หากไม่มี ให้ขอจาก กศจ. ใดก็ได้ ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน
4) หากไม่มี ให้ขอจาก กศจ. ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคใดก็ได้

ให้ กศจ. เจ้าของบัญชี และ กศจ. ที่ขอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่บัญชีเดิมจะครบอายุการขึ้นบัญชี

? เห็นชอบให้เสนอขออัตราว่างจากการเกษียณคืน

ที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อขอยกเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เฉพาะเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 คืนให้กับโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส และโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 250 คน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปกติแต่ประสบปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังครู จำนวนรวมทั้งสิ้น 2,965 แห่ง จำนวน 3,621 อัตรา

? เห็นชอบกรอบแนวคิดการให้ข้าราชการครูบางตำแหน่ง เป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปี

ที่ประชุมเห็นชอบกรอบแนวคิดในการกำหนดระเบียบ ก.ค.ศ. ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 (ซึ่งมาตรา 52 กำหนดว่า นอกจากการบรรจุและแต่งตั้งเพื่อให้บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้ว ก.ค.ศ. อาจกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางตำแหน่ง เป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปี หรือโดยมีกำหนดเวลาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังหรือเป็นพนักงานราชการ โดยไม่ต้องเป็นข้าราชการก็ได้) เพื่อรองรับนโยบาย Public School ของรัฐบาล โดยมีกรอบแนวคิด ดังนี้

ในระยะเริ่มแรก ควรกำหนดเฉพาะระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการจ้างบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้าง เนื่องจากการจ้างพนักงานราชการมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ให้ปฏิบัติแล้ว

การกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้าง ในเบื้องต้นเห็นควรกำหนดเพียง 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และตำแหน่งครู

การสรรหาบุคคลเพื่อจ้าง ใช้กระบวนการคัดเลือก โดยผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด เน้นประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ

กำหนดระยะเวลาการจ้าง 4 ปี ต้องปฏิบัติงานตามเวลาราชการเต็มเวลา และต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานทุกปี เพื่อประเมินผลการจ้าง

ค่าตอบแทนและประโยชน์เกื้อกูลอื่น ๆ ให้เทียบเคียงกับบัญชีอัตราเงินเดือนตามพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2558 และจะกำหนดเพิ่มขึ้นตามคุณวุฒิ ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและผลงานที่ปรากฎ

กำหนดให้มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน สำหรับสถานศึกษาที่มีการจ้างบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้าง

ใช้งบประมาณของส่วนราชการเป็นค่าจ้าง

        เห็นชอบใช้หลักการเดิมในการสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2561

       ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2561 โดยใช้หลักการเดิมไปก่อน โดยให้มีการสอบทั้ง ภาค ก., ภาค ข. และภาค ค. และให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยให้มีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 2 ปี

ทั้งนี้ มอบสำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดำเนินการจัดประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้นำเสนอ ก.ค.ศ. ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนเมษายน 2561

ทั้งนี้ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แจ้งต่อที่ประชุมด้วยว่า สพฐ. ได้จัดทำกำหนดการจัดสอบต่าง ๆ เตรียมไว้แล้ว โดยต้องการให้กระบวนการจัดสอบทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 เพื่อบรรจุครูผู้ช่วยได้ภายในต้นเดือนกรกฎาคม 2561

       แต่งตั้งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. วิสามัญฯ

       ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง นายวสันต์ นาวเหนียว เป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล แทน นายอำรุง จันทวานิช ซึ่งพ้นจากการเป็นอนุกรรมการฯ เนื่องจากอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: กลุ่มสารนิเทศ สอ กลุ่มสารนิเทศ สอ